บทที่ 2 เข้าคนออกคน เด็กหนุ่มกลายเป็นผู้ใหญ่
"ไป๋ซิน!" เจียงกวนชิงขมวดคิ้ว เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง
"ครับ ผมอยู่นี่"
"พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาทำงานแล้ว" เจียงกวนชิงโกรธมาก ทำไมไป๋ซินถึงยังเป็นแบบนี้ ไม่เชื่อฟังเลยสักนิด เขาเป็นเจ้านายนะ
มือที่กำพวงมาลัยของไป๋ซินชะงักไปเล็กน้อย เขาพยักหน้าอย่างไม่ยี่หระ
เจียงกวนชิงถูกทำให้หมดอารมณ์โกรธ เขาค่อนข้างสงสัย "ทำไมล่ะ" ทำไมต้องคอยควบคุมเขาตลอด ชาติก่อนก็เป็นแบบนี้ ทั้งที่เขาเป็นเจ้านายแท้ ๆ เป็นเจ้านายที่จ่ายเงินเดือนให้!!! เขาเป็นถึงเจ้านายใหญ่ของเขาเชียวนะ!!!!!!!!!!
"เจ้านายเจียง ตอนนั้นคุณประสบอุบัติเหตุรถชน บาดเจ็บยังไม่หายดีก็กลับมาทำงานแล้ว ตรวจซ้ำก็ไม่ไป ตอนนี้ยืนแค่ครึ่งชั่วโมงก็แทบจะทนไม่ไหว คุณไม่คิดว่าจำเป็นต้องให้หมอดูหน่อยหรือครับ"
ฟังคำพูดนี้จบ เจียงกวนชิงก็ค่อนข้างตะลึง ยังมีความรู้สึกผิดจาง ๆ "แล้วยังไง นั่นไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องสนใจ"
ในใจของไป๋ซินพลุ่งพล่านด้วยโทสะที่ไม่มีที่มา แต่ไม่รู้จะระบายอย่างไร "เจ้านายเจียง ทำไมคุณถึงลดความคาดหวังต่อตัวเองลงสักหน่อย ดีกับตัวเองให้มากขึ้นอีกนิดไม่ได้เลยหรือครับ"
เจียงกวนชิงเม้มริมฝีปาก หลับตาลงไม่พูดอีก แอบงุดนิ้วด้วยความรู้สึกผิด
เมื่อถึงโรงพยาบาล ไป๋ซินประคองเจียงกวนชิงเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ
"คุณหมอครับ อาการเป็นยังไงบ้าง"
"คนไข้มีน้ำในข้อเข่าทั้งสองข้างค่อนข้างเยอะอยู่ ยังมีอาการบวมเล็กน้อยด้วย ร่างกายอิดโรย ตัวชี้วัดหลายอย่างไม่ได้มาตรฐาน แบบนี้แผลจะหายเร็วได้ยังไง กลับไปต้องบำรุงรักษาตัวดี ๆ ญาติก็ระวังหน่อยนะ อย่าให้คนไข้หกล้มอีก ฉันจ่ายยาใหม่ให้แล้ว กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่"
"ครับ ครับ ขอบคุณคุณหมอมากครับ" ไป๋ซินฟังอย่างละเอียด เกือบจะจดใส่สมุดบันทึก
ประตูห้องพักผู้ป่วยปิดไม่สนิท เจียงกวนชิงได้ยินบทสนทนาข้างนอก ก็รู้สึกไม่ค่อยใส่ใจ ชาติก่อนเขาก็ไม่ได้พิถีพิถันขนาดนั้น ก็ยังหายไม่ใช่หรือ
เจียงกวนชิงคิดเช่นนี้ กลับลืมเรื่องที่ชาติก่อนของตน พอเจอวันฝนตกพรำ ๆ ขาก็จะปวดไปจนหมดสิ้น
มองดูประกาศชี้แจงของกองถ่ายบนมือถือ เจียงกวนชิงหรี่ตาลงด้วยความพึงพอใจ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
ไป๋ซินเดินเข้ามาเห็นภาพนี้ก็ค่อนข้างจนใจ "เจ้านายเจียง หมอบอกว่าอาการฟื้นตัวที่หัวเข่าของคุณไม่ค่อยดี จ่ายยาใหม่ให้คุณแล้ว ต้องพักฟื้นให้ดี"
ได้ยินเช่นนั้นเจียงกวนชิงก็หุบยิ้มมุมปาก ค่อนข้างไม่สบายใจ เกลียดการกินยาที่สุดเลย ทำไมยาของผู้ใหญ่ถึงไม่มีน้ำตาลเคลือบ มันขมมาก!!!
หลังจากไป๋ซินส่งเจียงกวนชิงกลับคฤหาสน์ตระกูลเจียงแล้ว ก็จากไปอย่างรู้กาลเทศะ
คฤหาสน์หลังใหญ่เหลือเพียงเจียงกวนชิงอยู่คนเดียว หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต เขากับน้อง ๆ ก็ยังคงพักอยู่ที่นี่ จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ น้อง ๆ เริ่มรังเกียจเขา ไม่ยอมรับว่าเขาเป็นพี่ใหญ่ ย้ายออกไปทีละคนสองคน คฤหาสน์นี้จึงเหลือแค่ตัวเขาเอง คนรับใช้ที่เคยดูแลพวกเขาก็ย้ายตามน้อง ๆ ไปภายใต้การบอกใบ้ของเจียงกวนชิง
เจียงกวนชิงเปิดดูอัลบั้มรูปในมือ สิ่งสวยงามทั้งหมดเหมือนหยุดอยู่แค่ตอนเขาอายุสิบแปด
ปีนั้นน้องรองเจียงเยี่ยนอายุ 14 น้องสามเจียงจั๋วอายุ 12 น้องสี่เจียงหวยกับน้องห้าเจียงถิงอายุ 10 ส่วนน้องเล็กเจียงหนิงเพิ่งจะ 7 ขวบ
สถานการณ์ตอนนั้นแม้ผ่านมาหลายปีก็ยังคงชัดเจนดี เป็นช่วงวันหยุดเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง พ่อแม่พาน้อง ๆ กะว่าจะไปพักผ่อนที่ตำบลหลินอี๋ เมือง C ตอนนั้นเขากำลังเตรียมสอบเลื่อนขั้นแบบข้ามขั้นจึงอยู่บ้าน
วันแรกที่ไป น้อง ๆ กับพ่อแม่ยังวิดีโอคอลหาเขา แต่เพียงหลับไปตื่นหนึ่ง ข่าวร้ายก็มาถึง ตำบลหลินอี๋เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ ทันทีที่ได้รับข่าว เขาก็โทรหาพวกเขาทันที แต่ไม่มีใครรับสาย
เขารีบซื้อตั๋วเครื่องบินไปลงที่ใกล้ตำบลหลินอี๋ที่สุดทันที แต่เพราะแผ่นดินไหว รถไฟความเร็วสูงกับเครื่องบินหยุดให้บริการทั้งหมด เขาจึงต้องใช้เงินจำนวนมากจ้างคนขับรถไปส่งที่หลินอี๋ ระยะทางไกลเกินไป กว่าจะถึงก็ค่ำแล้ว
มองไปเห็นซากปรักหักพังกว้างใหญ่ พ่อแม่และน้อง ๆ ถูกฝังอยู่ภายใต้นั้น
เขาขอร้องเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยพ่อแม่และน้อง ๆ ของเขา แต่จุดนั้นยากแก่การกู้ภัย กำลังคนก็มีจำกัด แม้เขาจะคุกเข่าโขกศีรษะอ้อนวอน เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้แต่ตอบว่าจะพยายามอย่างเต็มที่
เขากลัวจนตัวสั่นไปทั้งร่าง ติดต่อหน่วยกู้ภัยนับไม่ถ้วน ทุ่มเงินมหาศาลจ้างพวกเขา ภายใต้ความช่วยเหลือของพวกเขา พ่อแม่และน้อง ๆ ก็ถูกช่วยออกมาได้ทีละคน
เจียงกวนชิงมองมือของตนเอง ในตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บนตัวของพ่อแม่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้ง น้อง ๆ ที่เคยมีชีวิตชีวาก็ถูกยกขึ้นเปลหามอย่างเงียบสงัด
ทุกคนบอกว่าน้อง ๆ ได้รับการปกป้องจากพ่อแม่อย่างดี ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่สถานการณ์ของพ่อกับแม่เขานั้นไม่ค่อยดีนัก
ประตูห้องผ่าตัดที่ปิดสนิทค่อย ๆ เปิดออก วินาทีที่สบตากับคุณหมอ เจียงกวนชิงก็รู้คำตอบทันที หมอบอกว่า พวกเขาทำดีที่สุดแล้ว ให้เจียงกวนชิงเข้าไปร่ำลาพวกเขา
เจียงกวนชิงเข้มแข็งมาก เก็บงำความตื่นตระหนกอย่างสงบเยือกเย็นหาเจ้าหน้าที่พาไปส่งที่หลินอี๋ จ้างหน่วยกู้ภัยอย่างใจเย็น แม้แต่ตอนเข้าร่วมกู้ภัยด้วยตัวเองจนฝ่ามือหนังฉีกเลือดเนื้อเละ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลถูกของมีคมบาดก็ไม่ร้องไห้ ได้ยินหมอบอกว่าพ่อแม่กำลังจะจากพวกเขาไปแล้วก็ไม่ได้หลั่งน้ำตา
จนกระทั่งเข้าไปในห้องผู้ป่วย เห็นเจียงจี้จงลืมตามองเขาด้วยแววตาเอ็นดู น้ำตาจึงไหลออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
เจียงกวนชิงเสียงสั่นเครือร้องเรียกพ่อ เจียงจี้จงขยับนิ้ว อยากจะลูบศีรษะลูกชายคนโตนี้อีกครั้ง แต่ทำไม่ไหวแล้ว
เขาอ้าปาก เสียงเบามาก เจียงกวนชิงต้องเข้าไปใกล้มากจึงจะได้ยินชัด เขาพูดว่า "เสี่ยวชิง ลูก ต้อง ต้อง เข้มแข็ง... พ่อกับแม่ จะ ไปแล้ว ลูกเป็น พี่ใหญ่ ต้องดูแล น้อง ๆ ให้ดี อย่าร้องไห้อีกเลย"
น้ำตาพร่ามัวไปทั้งภาพ แต่มันยังไม่ยอมร่วงหล่นลงมา เจียงกวนชิงน้ำเสียงปนสะอื้น เช็ดน้ำตาอย่างแรง "ครับ ผมจะดูแลน้อง ๆ ให้ดีที่สุด"
"พ่อ จะ ไปแล้ว ให้ แม่ ลูก รอนานไม่ได้"
เจียงจี้จงมองเจียงกวนชิงอย่างลึกซึ้ง แววตานั้นเจียงกวนชิงเห็นชัดแล้ว มันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจ ความรู้สึกผิด และความอาลัยอาวรณ์
เบ้าตาของเจียงกวนชิงร้อนผ่าวแต่ก็ไม่ปริ่มน้ำตาอีกต่อไป เขาจะทำไม่ได้ ให้พ่อต้องกังวลใจ
เจียงจี้จงหันไปมองแม่ที่กำลังหลับอยู่ข้าง ๆ แล้วหลับตาลง
เจียงกวนชิงมองภาพนั้นด้วยความตะลึง มือเท้าเย็นเฉียบ เขาอยู่ได้ไม่นานก็ออกมาจากห้องผู้ป่วย เขายังต้องดูแลน้อง ๆ
ประตูห้องผู้ป่วยเล็ก ๆ ราวกับมีมนต์ขลังมหาศาล คนที่เข้าไปคือเด็กหนุ่มไร้เดียงสา แต่คนที่ออกมากลับเป็นผู้ใหญ่ที่แน่วแน่
เจียงกวนชิงจัดการงานศพของเจียงจี้จงและเมิ่งหลิงฮวน นำอัฐิของพ่อแม่และน้อง ๆ กลับไปที่เมือง A เมื่อจากมา ตำบลหลินอี๋ก็เริ่มสร้างขึ้นใหม่แล้ว
มนุษย์ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ ถึงแม้ความทุกข์ยากใหญ่หลวงถาโถม ก็ยังคงร้องเพลงเศร้าพลางสร้างชีวิตใหม่
เจียงกวนชิงดึงสติกลับมา นำรูปของเจียงจั๋วที่ถ่ายในวันนี้ออกมาอัด ใส่ไว้ในอัลบั้มอย่างดี อัลบั้มนี้เป็นของคุณแม่ที่ใช้บันทึกเรื่องราวของคนในครอบครัว คุณแม่ไม่อยู่แล้ว งั้นเขาก็จะสานต่อหน้าที่นี้
น่าเสียดาย... คุณแม่ครับ เหมือนผมจะไม่ใช่พี่ใหญ่ที่ดีเลยนะครับ เหมือนผมจะ ดูแลน้อง ๆ ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย
เจียงกวนชิงนั่งอยู่อย่างนั้นนานเกือบครึ่งคืน ความมืดปกคลุมทั่วร่างของเจียงกวนชิง ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไป
ใคร่ครวญตลอดคืน เจียงกวนชิงก็วางแผนจะง้อน้อง ๆ กลับมา ชาติก่อน เขาคอยเฝ้าอยู่เบื้องหลังพวกน้อง ๆ อย่างเงียบ ๆ พวกน้อง ๆ ไม่อยากเจอหน้าเขา เขาก็แอบซ่อนในที่ลับตา มองดูอยู่ไกล ๆ ครั้งนี้เขาจะปกป้องพวกเขาอย่างเปิดเผย ต่อให้พวกน้อง ๆ จะเกลียดเขามากกว่าเดิมก็ตาม...