ฉูฟู่ขึงสีหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย แววตาเย็นชาเหมือนกำลังมองตัวตลกที่กำลังกระโดดโลดเต้น
“ใครจะไปเป็นเพื่อนกับพี่ชายของศัตรูกันล่ะ คุณชายหวัง อย่าทำให้คนขำเลย”
“ไอเทมวางอยู่ตรงนี้แล้ว อยากซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็ช่าง นายดีกว่าวั่นหวนอวี่อยู่อย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ได้ไล่ฆ่าล้างบาง ส่วนงานประชาสัมพันธ์ภายนอกก็ทำได้ดี
เพราะอย่างนั้น ในเซิร์ฟเวอร์นี้ยังมีผู้เล่นอิสระคนอื่นอยู่อีก
เผื่อมีเศรษฐีตัวจริงโผล่มาทุ่มเงินซื้อไอเทม พวกเขาก็ผ่านด่านระดับนรกได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน!”
ใบหน้าของหวังหรงซวิ่นกระตุก แววตาฉายความเหี้ยมเกรียมวูบหนึ่ง
ฉูฟู่พูดแทงใจดำเขาเข้าอย่างจัง
เขาทั้งอิจฉาคนเก่ง ทั้งแสร้งวางท่าใจกว้าง ปฏิบัติต่อผู้เล่นอิสระอย่างอ่อนโยน เพื่อสร้างชื่อเสียงที่ดีให้ตัวเอง
หลายคนจึงคิดว่าเขาไม่ได้แย่อย่างที่เห็น
ถึงขั้นช่วยพูดแทนเขาด้วย
หวังหรงซวิ่นชินกับการเสแสร้ง แต่พอถูกฉูฟู่พูดจาตรงไปตรงมาใส่แบบนี้ เขาก็ยังอดทนข่มอารมณ์ไว้ได้
“ก็ได้ ไอเทมพวกนี้ผมเอาหมด แต่ผมกังวลอยู่อย่างหนึ่ง กลัวว่าพอขายไอเทมให้ผมแล้ว พวกคุณจะอ้างว่าน้องสาวผมทำผิด แล้วยกพวกมาสังหารผู้เล่นของสตูดิโอหรงซวิ่น”
หวังหรงซวิ่นเผยรอยยิ้มขมขื่น ราวกับผู้นำที่ห่วงใยบ้านเมืองและประชาชน
“สตูดิโอของผมเลี้ยงคนไว้มากมาย อีกทั้งยังเปิดรับทุกคน ไม่ได้กำหนดพรสวรรค์ไว้สูง ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์เงินเดือน”
“ถ้าสตูดิโอถูกกวาดล้าง พวกเขาก็จะตกงานกันหมด ขอให้พวกคุณเมตตาละเว้นพวกเขาด้วย!”
คำพูดของหวังหรงซวิ่นทำให้ลูกน้องที่ติดตามเขามาบางคนตาแดงก่ำ
