“ภรรยา เจาจ้าว เป็นอะไรไปหรือ”
รอยยิ้มของหลู่ซื่อเหว่ยจางลงเล็กน้อย เขายกมือแตะใบหน้า รอยฟกช้ำบวมเป่งหายไปแล้ว บาดแผลตรงมุมปากยังไม่หายสนิท แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคแล้ว
เขาหยิบกระจกขึ้นมาส่องอีกครั้ง ดีมาก คิ้วเข้มดวงตาคม ใบหน้าสง่างาม หล่อเหลาไม่ธรรมดา
ไม่มีตรงไหนผิดปกตินี่นา
แล้วทำไมภรรยาถึงมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น
“หลู่ซื่อเหว่ย”
หยูเจาจ้าวเผลอร้องเรียกออกมา
“ครับ! ภรรยา เป็นอะไรไปหรือ”
“พี่สะใภ้ พี่หลู่มีตรงไหนผิดปกติหรือครับ”
เฮ่อยื่อเลี่ยงกับตู้เหวินถามอย่างงุนงง
หลู่สือกวงยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ “มองจนเหม่อไปเลย เธอก็เคยเห็นพี่ชายฉันแล้วไม่ใช่หรือ”
“เปล่า แต่เมื่อก่อนเขาไม่เป็นฝ่ายรุมคนอื่น ก็โดนคนรุม ใบหน้ามีแต่รอยเขียวช้ำ ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง”
หยูเจาจ้าวรีบเรียกสติกลับมา “ไม่คิดเลยว่าพอถอดผ้าพันแผลออกแล้วจะหล่อขนาดนี้ หล่อสุด ๆ ไปเลย”
หลู่สือกวง เฮ่อยื่อเลี่ยง และตู้เหวินพากันหัวเราะออกมา
เฮ่อยื่อเลี่ยงกับตู้เหวินหัวเราะร่า
“จริงด้วย พี่หลู่เป็นคนที่หล่อที่สุดในกองทัพเลย”
“เป็นหนุ่มหล่อประจำกรมของพวกเราเลยครับ”
หลู่สือกวงเลิกคิ้ว “ฉันบอกเธอตั้งนานแล้วว่าพี่ชายฉันทั้งสูงทั้งหล่อ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะคนแก่อายุแปดสิบหรือเด็กทารก ก็ไม่มีใครไม่ชอบเขา”
“โม้ไปเถอะ”
หลู่ซื่อเหว่ยหัวเราะพลางต่อว่า แต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใส เห็นได้ชัดว่าดีใจมาก
ทว่าหยูเจาจ้าวกลับไม่อาจสงบใจได้
ชาติที่แล้ว ตอนที่เธอหลุดพ้นจากบ่อโคลนตระกูลหวัง และรวบรวมหลักฐานความผิดของตระกูลหวังไปส่ง
เธอได้พบเขาที่สถานีตำรวจ เขานั่งอยู่บนรถเข็น ถ้าไม่ได้เขาเอ่ยปากช่วย เธอก็อาจโค่นตระกูลหวังไม่ได้
