“พวกเราไม่ได้กลับไปอยู่ที่นั่น แต่ถ้าเข้าออกบ่อย ๆ ก็อาจทำให้คนสงสัยได้ เก็บไว้ที่นี่ชั่วคราวก่อน ถึงเวลาแล้วค่อยเอากลับไปซ่อนไว้ที่บ้านเรา”
หลู่ซื่อเหว่ยพูดแบบนั้น หยูเจาจ้าวก็ไม่มีความเห็นแย้ง
ทองคำพวกนี้เป็นสิ่งที่หลู่ซื่อเหว่ยหามาได้เอง เหตุผลที่เขาพูดมาก็สมเหตุสมผล
ไม่ได้กลับไปอยู่ที่นั่น แต่กลับเข้าออกบ่อย ๆ ทั้งยังไม่ดูแลลานบ้าน แบบนี้ย่อมทำให้คนสงสัยได้ง่าย
“งั้นคุณก็ซ่อนให้ดีนะ ฉันจะลองดูว่าหาเจอไหม”
พูดจบเธอก็เดินออกไป
ไม่นานนัก เมื่อกลับเข้ามาใหม่ ไม่ว่าหยูเจาจ้าวจะค้นห้องเล็ก ๆ ห้องนี้อย่างไร ก็หาแท่งทองคำสามแท่งไม่เจอ
คานหลังคา ใต้เตียง แผ่นไม้เตียง หมอน ตู้ โต๊ะ…หาอย่างไรก็ไม่เจอ
เห็นได้ชัดว่าหลู่ซื่อเหว่ยมีฝีมือในการซ่อนของไม่น้อย
“คุณเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนกันแน่?”
หยูเจาจ้าวสงสัยใคร่รู้มาก
หลู่ซื่อเหว่ยเชิดคางชี้ไปยังคานหลังคาเหนือศีรษะ น้ำเสียงเจือรอยยิ้มบาง ๆ
“อยู่บนนั้นไง”
หยูเจาจ้าวเงยหน้ามอง คานหลังคาเป็นท่อนไม้กลม ๆ เรียงกันอย่างสมบูรณ์ ไม่เห็นความผิดปกติแม้แต่น้อย
“ฉันเพิ่งดูคานหลังคาไป ไม่เห็นมีอะไรเลยนะ”
“ไม่ได้วางไว้บนคาน”
หลู่ซื่อเหว่ยเหยียบม้านั่งตัวเล็ก แล้วยื่นมือไปคลำรอยข้อไม้เก่าตรงจุดหนึ่งบนคาน ข้อไม้นั้นมีช่องลับที่ถูกเจาะไว้ด้านใน
ทองคำสามแท่งที่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันอย่างแน่นหนาถูกหยิบออกมาจากช่องว่างภายในข้อไม้ แล้วเมื่อสอดกลับเข้าไป ก็ถูกซ่อนมิดชิดพอดี
เนื้อไม้ด้านนอกสมบูรณ์ดี หากไม่ถอดข้อไม้นี้ออก ใครจะคิดได้ว่าด้านในยังซ่อนของได้อีก
มองจากตรงนี้ไม่มีทางเห็น ต้องปีนขึ้นไปตรวจสอบบนคานโดยเฉพาะเท่านั้น
ทันทีที่หลู่ซื่อเหว่ยลงจากม้านั่ง หยูเจาจ้าวก็กระโดดเข้าไปเกาะเอวเขา ใบหน้าเปี่ยมสุขพลางถามว่า “พี่ซื่อเหว่ย ยังมีเรื่องน่าประหลาดใจอะไรอีกบ้างที่ฉันไม่รู้น่ะ?”
