“ได้ ฉันจะไปเตรียมน้ำอาบให้คุณนะ ฉันต้มไว้ตั้งแต่เช้า ตอนนี้ยังร้อนอยู่เลย”
แม้ตอนนี้จะยังข้ามกระถางไฟไม่ได้ แต่ต้มน้ำให้อาบก็ยังจำเป็น
หยูเจาจ้าวใส่ใบไผ่เหลือง ใบโกฐจุฬาลัมพา ใบส้มโอ ใบหวงผี และใบพีชลงในหม้อใบใหญ่เพื่อต้มน้ำ
แต่ตอนจะออกไป เธอรีบร้อนไปหน่อย เสื้อผ้าจึงไปเกี่ยวกับมือจับรถเข็น จนทั้งตัวถลาล้มลงกับพื้น
หยูเจาจ้าวร้องอุทานเบา ๆ หลู่ซื่อเหว่ยจึงรวบตัวเธอไว้ตามสัญชาตญาณ ทั้งสองล้มลงบนเตียงพร้อมกัน
“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม”
หยูเจาจ้าวนอนคว่ำอยู่บนตัวหลู่ซื่อเหว่ย ใจหายวาบแล้วรีบจะลุกขึ้น
“ไม่เป็นไร ผมสบายดี”
หลู่ซื่อเหว่ยที่อดกลั้นมาหลายวันแหงนหน้าขึ้น ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงบนริมฝีปากที่เผยอของเธอโดยตรง
ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นรดริมฝีปากที่แนบซ้อนกันของทั้งคู่ กลิ่นหอมจาง ๆ ของสบู่ผสมกับกลิ่นยาอ่อน ๆ เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของหลู่ซื่อเหว่ย
อือ...
หยูเจาจ้าวตัวแข็งทื่อ เสียงครางแผ่วเบาติดอยู่ระหว่างริมฝีปากและฟัน มือทั้งสองข้างยกขึ้นดันอกแน่นแข็งของเขาอย่างลนลาน ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแข็งแกร่งใต้เนื้อผ้าชุดจงซาน
ปลายหูของเธอร้อนผ่าว ทั้งตัวอ่อนระทวย ทำได้เพียงเอนซบอยู่ในอ้อมแขนเขา ปล่อยให้เขาจูบอย่างนุ่มนวลและละเมียดละไม
หลู่ซื่อเหว่ยค่อย ๆ จูบอย่างอ่อนโยนและเนิบนานขึ้น ไม่เร่งร้อนคลอเคลียริมฝีปากของเธอ นำความห่วงหาและคิดถึงที่สั่งสมมาตลอดช่วงพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หลอมรวมลงในจูบยาวนานนี้ทั้งหมด
หยูเจาจ้าวเคลิบเคลิ้มจนสับสน สมองมึนงงราวกับกลายเป็นก้อนแป้งเปียก คิดอะไรไม่ออกอีกต่อไป
ที่แท้การจูบก็เป็นแบบนี้เอง ความรู้สึกนี้ไม่เลวเลยนะ
เนิ่นนานทีเดียว เขาจึงค่อย ๆ ผละออก ปลายจมูกแนบกับปลายจมูกแดงเรื่อของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวและหนักหน่วงประสานเกี่ยวพันกัน ดวงตาดำสนิทเต็มไปด้วยความปรารถนาและความอ่อนโยนอันลึกล้ำ
