เงินหนึ่งพันหยวนอยู่ในมือแล้ว หยูเจาจ้าวไม่แสดงสีหน้า แต่ในใจกลับยินดีเป็นที่สุด
จริงอย่างที่ว่า คนไม่มีลาภลอยก็ไม่มีวันร่ำรวย
เฮ้อ ทำไมรู้สึกว่าหลังเกิดใหม่แล้วหาเงินง่ายขนาดนี้นะ
ลองนึกถึงชาติก่อนที่ต้องตื่นแต่เช้ามืด นอนดึกดื่น ทุ่มเทศึกษาตำราอาหารอย่างยากลำบาก ตอนแรกยังทำได้แค่พอประทังชีวิต
ต่อมาถึงได้ลงเรียนเพิ่ม ฝีมือทำอาหารก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ พอลูกค้ากลับมาอุดหนุนซ้ำ ถึงเริ่มหาเงินได้
ยายหลิวเองก็ยิ้มหน้าบาน เธอมีบำนาญ บวกกับเงินเก็บเล็กน้อยที่สะสมไว้กับสามีผู้ล่วงลับ และเงินยี่สิบหยวนที่ลูกชายให้ทุกเดือน หลายปีมานี้จึงเก็บเงินได้ไม่น้อย
แต่ตอนนี้มีเงินเพิ่มมาอีกหนึ่งพันหยวน ยายหลิวก็หายปวดเอว หายปวดขา หายปวดหัวไปหมดแล้ว
พอได้เงินมา เธอมองคนตระกูลหวังที่เดินจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงแล้วก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เดิมทีตั้งใจจะนอนโรงพยาบาลอีกสองสามวัน แต่ตอนนี้ได้เงินมาตั้งหนึ่งพันหยวนแล้ว จะยังอยู่ต่อได้อย่างไร
หยูเจาจ้าวกำลังเข็นหลู่ซื่อเหว่ยที่นั่งอยู่บนรถเข็น พอเห็นเหมียวเถียจูที่กลับมาหลังจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลเสร็จ เธอก็หันไปบอกคุณยายทั้งสองว่า “ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน”
“ดี กลับบ้านกัน”
ยายหลิวกับยายเจียงยิ้มพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
แต่แล้วจู่ ๆ ยายหลิวก็นึกขึ้นได้ พลันตกใจ “เอ๊ะ หลานชายคนโตของฉันล่ะ?”
หยูเจาจ้าวกับยายเจียงก็ชะงักไปเหมือนกัน เหมียวต้าจ้วงวิ่งออกไปตั้งนานแล้ว แต่กลับไม่เห็นกลับมาเลย
พวกเธอมัวแต่ดูเรื่องสนุกจนลืมเหมียวต้าจ้วงไปเสียสนิท
“เถียจู ก่อนหน้านี้ต้าจ้วงไม่ได้ไปทำเรื่องรับตัวเข้าโรงพยาบาลกับแกหรอกเหรอ ทำไมไม่เห็นเขาเลยล่ะ?”
