“ไม่มีอะไรหรอก ป้าใหญ่ของฉันมาขอร้องให้ช่วยลูกชายของแก ตู้เหวินเลยพาฉันกับลูกมาอยู่ด้วยกัน
ได้ยินน้องชายฉันบอกว่าป้าใหญ่ยังตามไปถึงบ้านยาย โดนแม่ตบเข้าให้ เจาจ้าวรู้ไหมว่าตอนค้นบ้านป้าใหญ่เจอเงินเท่าไร?”
“เท่าไร?”
“มากกว่าหนึ่งหมื่นหยวน”
หยูเจาจ้าวตกใจมาก เธอรู้ว่าพ่อค้ากระจายของหาเงินเก่ง
แต่ไม่คิดว่าจะหาเงินได้มากขนาดนี้
เศรษฐีหมื่นหยวนในยุคเจ็ดสิบเลยนะ
แม้ตระกูลลู่จะร่ำรวย แต่คุณย่าลู่เป็นคุณหนูใหญ่จากเซี่ยงไฮ้ ต่อให้บริจาคทรัพย์สินไปแล้ว ก็คงต้องเก็บเงินทุนกับสินเดิมไว้บ้าง
แต่ตระกูลหลินเป็นแค่ครอบครัวคนงานธรรมดา พ่อหลินแทบไม่มีเงินเก็บ ส่วนหลินหงเหว่ยที่ชอบทำเป็นยากจน แต่ลอบค้าขายในตลาดมืดกลับมีเงินเป็นหมื่น ไม่รู้ว่าทำให้คนตกใจไปตั้งเท่าไร
พ่อหลินเองก็ได้แต่งงานกับแม่หลิน ถึงได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวฝ่ายภรรยาและค่อย ๆ ได้เป็นผู้จัดการห้างสรรพสินค้า
แน่นอนว่าความสามารถและความพยายามของพ่อหลินก็มีส่วน แต่ถ้าไม่มีตระกูลหลินคอยสนับสนุน พ่อหลินจะได้เลื่อนตำแหน่งง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร
เพราะคนที่ขยันกว่าและเก่งกว่าเขาก็มีไม่น้อย
การแข่งขันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งในที่ทำงาน ไหนเลยจะไม่มีการต่อสู้ฟาดฟันกัน
ตำแหน่งอย่างผู้จัดการห้างสรรพสินค้าประจำเมืองยิ่งแข่งขันกันดุเดือด
“แน่ใจนะว่าลูกพี่ลูกน้องของเธอไม่ได้ร่วมขายโบราณวัตถุหรือของอย่างอื่น?”
“ได้ยินตู้เหวินบอกว่าไม่ เขาทำงานฝ่ายจัดซื้อ เลยอาศัยตำแหน่งนี้ลักลอบขายของ ฉันรู้ว่าเขามีเงิน แต่ไม่รู้ว่าตลอดหลายปีมานี้พ่อฉันยังให้เงินพวกเขาทุกเดือน ยิ่งไม่รู้ว่าเขาทำตัวเป็นพ่อค้ากระจายของจนร่ำรวยขนาดนี้”
