ตอนเช้า หยูเจาจ้าวลุกขึ้นมาต้มไข่ แล้วทำข้าวปั้นให้ยายเจียงพกไปกินระหว่างทาง
เธอต้องไปทำงาน จึงไม่มีเวลาไปส่งยาย พอมาถึงโรงอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคนในครัวหรือคนที่มากินมื้อเช้า ต่างก็พูดคุยกันเรื่องเวินจือฮวาตกลงไปในบ่อส้วม
หยูเจาจ้าวไม่เคยดูแคลนพลังของข่าวลือในยุคนี้เลย
ถึงขั้นเรื่องราวเบื้องลึกของทั้งตระกูลหยูก็ถูกขุดคุ้ยออกมาหมด
หยูเจาจ้าวเองก็พลอยถูกขุดคุ้ยไปด้วย
ก่อนหน้านี้ทุกคนรู้แค่ว่าเธอมีสามีเป็นนายทหาร และรู้ว่าเธอมาจากโรงงานเครื่องจักรกล แต่ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าคนที่ตกลงไปในบ่อส้วมคือแม่เลี้ยงของเธอ
เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตระกูลหยูถูกเล่าลือกันไปทั่วจนปิดไม่มิด
และก็ไม่มีทางปิดได้อีกแล้ว
พอกลับจากเลิกงาน หยูเจาจ้าวก็ได้ยินหลู่ซื่อเหว่ยบอกว่าเรื่องของเวินจือฮวากับจาจินฮวาแพร่สะพัดไปทั่ว จนดึงดูดความสนใจของคณะสืบสวน
หยูเจาจ้าวรีบใช้มือซ้ายเขียนจดหมายร้องเรียนสองฉบับ ฉบับหนึ่งร้องเรียนเวินจือฮวา อีกฉบับร้องเรียนจาจินฮวา
จริง ๆ แล้วเธอยังอยากร้องเรียนหวังเต๋อซานด้วย
แต่ตอนนี้ถ้ายังจัดการหวังเต๋อซานให้สิ้นซากไม่ได้ ก็มีแต่จะทำให้ตระกูลหวังระแวดระวัง เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ถึงตอนนั้นเรื่องจะยิ่งจัดการยากกว่าเดิม
“เรื่องนี้ฉันจัดการเอง เธอไม่ต้องเขียนด้วยตัวเอง ต่อให้ใช้มือซ้าย ก็รับประกันไม่ได้ว่าจะไม่ถูกสืบเจอ อีกอย่าง ในคณะสืบสวนอาจมีคนของตระกูลหวังอยู่ก็ได้”
วันถัดมา หยูเจาจ้าวก็ได้ยินหลู่ซื่อเหว่ยบอกว่าคณะสืบสวนได้รับจดหมายร้องเรียนมากกว่ายี่สิบฉบับ
หยูเจาจ้าวตกใจ “คุณหาจดหมายร้องเรียนมาตั้งยี่สิบกว่าฉบับเลยเหรอ?”
ต้องหาคนมาเขียนตั้งกี่คนกัน?
“ฉันแค่ให้คนเขียนจดหมายร้องเรียนแบบไม่ระบุชื่อสี่ฉบับ จาจินฮวาสองฉบับ หวังเต๋อซานหนึ่งฉบับ เวินจือฮวาหนึ่งฉบับ จาจินฮวามีจดหมายมากกว่าคนอื่นหนึ่งฉบับ แถมยังพาดพิงถึงหวังเต๋อซานด้วย แบบนี้คนอื่นจะได้ไม่สงสัยว่าเป็นเธอ”
