บทที่ 4 ท่านแม่มดไม่ได้ยกเรือนบรรพชนให้พวกเจ้าแล้วหรือ
บัณฑิตหนุ่มกับคุณหนูตระกูลร่ำรวยลอบหนีตามกันไปแล้วถูกคนในครอบครัวตามหาพบ ถุงเงินของบัณฑิตพลัดหล่นลงมาโดยไม่ตั้งใจ แต่บัณฑิตผู้นี้ช่างยากจนเสียจริง
หลิวซู่เอ๋อเพิ่งเก็บเป็ดเข้าที่เรียบร้อย ก็เห็นบุตรสาวในมือถือแหวนทองคำวงหนึ่ง
นางใจเต้น“ตึกตึกตึก”ขึ้นมาทันใด “หว่านหว่าน นี่เจ้าไปเอามาจากที่ใดกัน บ้านเราไม่อนุญาตให้ลักขโมย ต่อให้ยากจนข้นแค้นเพียงใดก็ขโมยไม่ได้”
โจวชิงเหอกล่าวว่า “ท่านแม่ ท่านคิดไปถึงไหนกัน น้องสาวเก็บได้ริมแม่น้ำ คงเป็นของผู้ใดพลัดหล่นโดยไม่ตั้งใจ”
หลิวซู่เอ๋อขมวดคิ้วกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเราออกตามหาเจ้าของดีหรือไม่”
โจวหว่านหว่านกะพริบตาปริบ ๆ มองนางกล่าวว่า “ท่านแม่ จะตามหาเจ้าของไปไย ข้าว่าของที่ข้าเก็บได้ก็เป็นของข้า”
หลิวซู่เอ๋อกระแอมเสียงหนึ่งแล้วว่า “หากเจ้าของเขาทำของหล่นแล้วออกตามหาทั่วทุกหนทุกแห่งเล่าจะทำอย่างไร พวกเราไม่ควรเห็นแก่ตัวเช่นนี้”
“ไม่ ข้าเป็นคนเก็บของชิ้นนี้ได้ ย่อมต้องให้ข้าเป็นคนตัดสิน นับแต่นี้ไปเรื่องในบ้านเราล้วนต้องฟังข้า” โจวหว่านหว่านลุกขึ้นกล่าวทันที
ความคิดของคนโบราณนางไม่อาจเข้าใจ ทว่านางก็มีความคิดของตนเอง
นางโปรดปรานครอบครัวได้ แต่จะไม่มีทางเป็นพวกใจบุญสุนทานเด็ดขาด อีกทั้งภัยแล้งกำลังจะมาถึงแล้ว นี่เป็นยามจำเป็นต้องใช้เงินพอดี
โจวหว่านหว่านแผ่ไอโอหังออกมาอย่างเต็มที่ หลิวซู่เอ๋อรีบพยักหน้ากล่าวว่า “ได้ นับแต่นี้ครอบครัวเราล้วนฟังหว่านหว่าน ข้า… ข้าไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น”
โจวฝูเชิงเองก็เริ่มพูดตะกุกตะกัก “ดี ต่อไป… ข้า… ข้าฟังบุตรสาว”
โจวหว่านหว่านเหลือบมองโจวชิงเยี่ยน โจวชิงเยี่ยนรีบพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าก็ฟังเจ้า ต่อไปเจ้าก็เป็นนายหญิงของบ้านเรา”
โจวชิงเหอมองโจวหว่านหว่านกล่าวว่า “ข้าว่าดีทีเดียว”
โจวหว่านหว่านมองโจวชิงเฉิน โจวชิงเฉินยิ้มตาหยีกล่าวว่า “ข้าย่อมฟังเจ้าอยู่แล้ว เจ้าบอกให้ข้าไปทางตะวันออก ข้าไม่มีทางไปทางตะวันตกเด็ดขาด”
โจวหว่านหว่านจึงได้พยักหน้ากล่าวว่า
“ดี บัดนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวพอดี ธัญพืชถูกมากเป็นพิเศษ
ความคิดของข้าคือ วันรุ่งพวกเราคิดหาทางเอาธัญพืชกลับมาเพิ่ม
เรือนหลังนี้โฉนดที่ดินยังไม่นับเป็นของพวกเราใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นเรือนบรรพชนนี้ก็ไม่เอาแล้ว สร้างเรือนใหม่ขึ้น
ยายเฒ่านั่นช่างน่าสะอิดสะเอียนนัก จงใจยกเรือนบรรพชนนี้ให้พวกเรา ที่นี่แม้แต่หลังคาก็ไม่มี พวกเราย่อมต้องปรับปรุงใหม่
ทว่าเพียงปรับปรุงแล้วเสร็จ เรือนบรรพชนนี้ก็ยังคงเป็นทรัพย์สินของคนนั้นอยู่ดี สุดท้ายพวกเราจะไม่ได้อะไรเลย
หลิวซู่เอ๋อหน้าซีดขาว นางพอจะเข้าใจขึ้นบ้างแล้ว “ข้าก็ว่านางใจดีได้อย่างไร ถึงได้ยกเรือนบรรพชนให้พวกเรา”
โจวหว่านหว่านมองพวกเขากล่าวว่า “ในเมื่อแยกบ้านแล้ว ก็ต้องแยกให้เด็ดขาด พวกเราสร้างเรือนสักสองห้องก่อนก็พอ อาศัยได้ก็พอ”
โจวชิงเยี่ยนขมวดคิ้วกล่าวว่า “แต่คนในหมู่บ้านเราก็ไม่ยอมช่วยเราไม่ใช่หรือ ตอนนี้คนในหมู่บ้านเห็นพวกเราต่างก็หลบเลี่ยง”
โจวหว่านหว่านแค่นหัวเราะเย็นชากล่าวว่า “พวกเราไม่ต้องการพวกเขา เงินทองทำให้ผีโม่แป้งได้ ท่านพ่อท่านแม่ รีบเข้านอนเถิด”
นี่แม้แต่เสื้อผ้าเครื่องนอนก็ไม่ให้พวกเขาหยิบติดตัวมาสักชิ้น นี่มิใช่การแยกบ้านเลย เป็นการขับไล่พวกเขาออกจากเรือนโดยตรง
โจวหว่านหว่านนอนบนฟาง ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา การควบคุมพืชพันธุ์นี้สิ้นเปลืองพลังจิตยิ่งนัก
หลิวซู่เอ๋อกระซิบพึมพัมว่า “เด็กคนนี้ของเราเหตุใดจึงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม”
โจวฝูเชิงถอนหายใจเฮือกหนึ่งกล่าวว่า “เกรงว่าคงถูกคนทางโน้นบีบคั้นจนเสียคน ภรรยา ข้าขอโทษพวกเจ้า ต่อไปข้าจะพยายามให้มากขึ้น”
หลิวซู่เอ๋อทุบตีเขาเบา ๆ ครั้งหนึ่งกล่าวว่า
“พวกเราครอบครัวเดียวกัน จะต้องกล่าวเช่นนี้ด้วยหรือ ไม่เป็นไร ครอบครัวเราจะต้องดีขึ้นแน่
หากแต่บุตรสาวของเราไม่ธรรมดา ข้าว่านางมีไอที่น่าเกรงขามยิ่งกว่าท่านยายเฒ่าเสียอีก ต่อไปพวกเราฟังนางกันเถิด”
โจวฝูเชิงรีบพยักหน้ารับกล่าวว่า “อื้ม ๆ ข้าก็ว่ามันน่ากลัวนัก บุตรสาวเรามีความสามารถแล้ว”
สองสามีภรรยาคุยกันจ้อกแจ้กตลอดทั้งคืน วันรุ่งขึ้นตื่นมาก็มีรอยคล้ำใต้ตา
โจวหว่านหว่านมองโจวฝูเชิงกล่าวว่า “ท่านพ่อ ท่านลองไปถามผู้ใหญ่บ้านดูหรือไม่ว่าบ้านเราแบ่งที่ดินได้บ้าง หรือไม่พวกเราก็ซื้อที่เพิ่มอีกแปลง”
โจวฝูเชิงพยักหน้ากล่าวว่า “หว่านหว่าน กินไข่ก่อน พวกเรากินเสร็จแล้วค่อยไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน”
โจวฝูเชิงกินไข่เสร็จ ก็นำโจวหว่านหว่านและคนอื่น ๆ ไปที่หมู่บ้าน
เรือนบรรพชนนี้ห่างจากหมู่บ้านมาก ต้องเดินประมาณหนึ่งก้านธูป อีกทั้งตำแหน่งยังลับหูลับตายิ่งนัก คนทั่วไปต้องไม่วิ่งมาที่นี่แน่
พวกเขาเพิ่งกลับมาถึงหมู่บ้าน ก็มีคนตะโกนขึ้นว่า “โจวฝูเชิง เจ้าเข้ามาหมู่บ้านเราก็แล้วไป ยังจะพาอีตัวนำโชคร้ายนี่มาอีก เจ้าคิดจะทำให้หมู่บ้านเราพินาศหรือไร”
“มิใช่รึ ไล่พวกเขาออกไปให้หมด แม่มดบอกแล้วว่า ฮวงจุ้ยของหมู่บ้านเราจะถูกนางทำลาย”
โจวหว่านหว่านขมวดคิ้ว แม่มดผู้นี้ก็คือย่าของนาง แต่นางก็มิได้ล่วงเกินนาง เหตุใดจึงมุ่งร้ายนางเช่นนี้
โจวฝูเชิงโกรธจนตวาดเสียงดังว่า “พวกเราเป็นคนหมู่บ้านตระกูลโจว เหตุใดไม่ให้พวกเราเข้าหมู่บ้าน ข้าจะพบท่านผู้ใหญ่บ้าน”
“ข้าบอกไม่ให้พวกเจ้าเข้า พวกเจ้าก็เข้าไม่ได้ ทั้งครอบครัวพวกเจ้าล้วนอาภัพ จะนำพาโชคร้ายมาสู่หมู่บ้านเรา ไปให้ไกล ๆ หมู่บ้านเราเสีย”
มีผู้ตอบว่า “ไปเรียกผู้ใหญ่บ้านเราออกมา มีอะไรก็พูดกันที่นี่”
คนเหล่านี้ถึงกับไม่ยอมให้พวกเขาเข้าหมู่บ้าน โจวหว่านหว่านยืนอยู่ด้านข้างหรี่ตาลง ทั้งไม่กล่าววาจา
ผ่านไปเนิ่นนาน ผู้ใหญ่บ้านจึงค่อย ๆ เดินออกมากล่าวว่า “โจวฝูเชิง เจ้ามาหาข้ามีอะไรหรือ ไม่สิ เจ้าพานางมาด้วยทำไม เจ้าคิดจะทำให้ข้าอาภัพใช่หรือไม่”
โจวฝูเชิงมองเขากล่าวว่า “ท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้าอยากถามดูว่า พวกเราจะแบ่งที่ดินได้บ้างหรือไม่ พวกเราคิดจะสร้างเรือนใหม่...”
ผู้ใหญ่บ้านแค่นหัวเราะเย็นชากล่าวว่า “ที่ดิน บ้านพวกเจ้ามีที่ดินมากมายมิใช่รึ”
โจวฝูเชิงมองเขากล่าวว่า
“พวกเราถูกไล่ออกมาแล้วมิใช่รึ
เรือนบรรพชนนั่นแม้แต่หลังคาก็ไม่มี อยู่อาศัยไม่ได้แน่ ท่านก็ช่วยคิดหาทางให้พวกเรา ให้ที่ดินพวกเราสักแปลงเถิด...”
ผู้ใหญ่บ้านทำเสียงเย้ยหยันครั้งหนึ่งกล่าวว่า
“โจวฝูเชิง เจ้าอย่ามาคร่ำครวญความจนให้ข้าฟัง แม่มดไม่ได้ยกเรือนบรรพชนให้พวกเจ้าแล้วหรือ
พวกเจ้าอย่ามันไม่รู้จักดีชั่วเลยเชียว เรือนบรรพชนนั่นมันเป็นฮวงจุ้ยสมบัติล้ำค่า”
โจวหว่านหว่านพลันเอื้อนเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อเป็นฮวงจุ้ยสมบัติล้ำค่า ต่อไปท่านผู้ใหญ่บ้านก็ไปอยู่เสียสิ พวกเรามาอยู่บ้านท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านว่าเช่นนั้นดีหรือไม่”
ผู้ใหญ่บ้านโกรธจนกระโดด “โจวหว่านหว่าน เหตุใดเจ้าจึงเอ่ยปากได้ เจ้าอย่าพูดเสียดีกว่า”
โจวหว่านหว่านแบมือทั้งสองข้าง มองเขากล่าวว่า “ในเมื่อท่านผู้ใหญ่บ้านไม่ทำหน้าที่ พวกเราก็ไปเปลี่ยนทะเบียนบ้าน เมื่อมีที่ดินในหมู่บ้านอื่น ทะเบียนบ้านพวกเราก็ย้ายไปได้”
“ฮ่า ๆ ๆ น่าขำเสียจริงหนอ ได้ยินว่าแม่มดไม่ได้ให้อะไรพวกเขาสักอย่าง ยังจะคิดซื้อที่ดินอีก พวกเขาจะเอาอะไรไปซื้อ”
“ข้าได้ยินว่าพวกเขาแม้แต่อาหารก็กินไม่อิ่ม กำลังฝันกลางวันอยู่กระมัง”
“ใช่แล้ว อย่าให้ที่ดินพวกเขา ให้เจ้าดาวหายนะนี่รีบไสหัวไป ไสหัวออกไปจากหมู่บ้านตระกูลโจวเรา”
“มิใช่รึ รีบ ๆ ไสหัวไป...”
ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านตระกูลโจวแค่นหัวเราะเย็นชากล่าวว่า
“พอได้แล้ว พวกเจ้าไปเสียได้ ทะเบียนบ้านพวกเจ้าอยากได้ก็ยกให้พวกเจ้า
พวกเจ้าอยากย้ายไปไหนก็ย้ายไปที่ไหน ยังไงก็อย่าอยู่ในหมู่บ้านตระกูลโจว”