เช้าวันรุ่งขึ้น หล่อนตื่นแต่เช้า ไม่ได้ทำอาหารกินที่บ้าน แต่ไปซื้อซาลาเปาสองลูกจากข้างนอก
เดินไปกินไปพลาง
มองเห็นหลิวอวี่เฟยรออยู่ที่จุดนัดพบแต่ไกล หล่อนจึงเร่งฝีเท้าตรงเข้าไป
“ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหรอ?”
“ยังเลย ขี้เกียจน่ะ” สือเจียอีกลืนคำสุดท้ายลงคอ
“ฮิ ๆ เมื่อวานพอฉันกลับบ้านก็เล่าเรื่องที่ไปต่างจังหวัดให้คนที่บ้านฟังหมดแล้ว คุณยายฉันบอกว่าเก็บของดี ๆ ไว้ให้เธอด้วย!” หลิวอวี่เฟยหัวเราะพลางเลิกคิ้วให้อีกฝ่าย
สือเจียอีฉงน “จะเกรงใจกันไปทำไม?”
“เธอต้องชอบแน่ รอฉันกลับบ้านไปเอามาให้”
“ได้เลย!” ต้องยอมรับว่าเธอตกหลุมพรางความอยากรู้จนได้
“จริงสิ เธอคิดคณะที่จะเลือกได้ยัง?” หลิวอวี่เฟยถาม
สือเจียอีพยักหน้า แล้วแกล้งปิดไว้ก่อน “เดี๋ยวสมัครเสร็จค่อยบอก!”
“ก็ได้ แม่ฉันอยากให้ฉันเรียนบัญชีกับสื่อสารมวลชน”
สือเจียอีชื่นชมในใจ นี่แหละข้อดีของการมีเส้นสาย ดูท่าครอบครัวเธอคงปูทางไว้ให้แล้วจริง ๆ หล่อนจึงไม่ยื่นข้อเสนอใด ๆ ออกไป
“ก็ดีทั้งนั้นแหละ”
หลิวอวี่เฟยเองก็ไม่รู้เรื่องหรอก แต่เลขก็ไม่ดี จะสมัครบัญชียังไงไหว?
เข้าโรงเรียนแล้ว ทั้งคู่ตรงไปหาครูประจำชั้นเพื่อขอใบสมัคร
ครูดันแว่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นสือเจียอีสีหน้าก็ดีใจขึ้นมา
“สือเจียอี ยินดีด้วยที่เธอทำข้อสอบได้ดีเลย”
สือเจียอีแสดงสีหน้าดีใจพอเหมาะ ก่อนหน้านี้ไม่มีการทดสอบ ครั้งนี้เพิ่มขึ้นมาเพื่อติวเข้มก่อนสอบเอ็นทรานซ์โดยเฉพาะ
