ผ่านไปอีกวัน ก็ถึงเวลาทดสอบวัดระดับ ต้องสอบสองวัน นี่เป็นสิ่งที่ทางโรงเรียนจัดเพิ่มขึ้นชั่วคราว ก่อนหน้านี้ไม่เคยมี
ตัวละครหลักอย่างจงฉิงและสวีเจี้ยนหงก็มาพอดี ทั้งคู่สบตากันแล้วส่งเสียงเหอะใส่กัน
เอาแต่สอบ ไม่พูดคุยกับใครเลย ทางใครทางมัน
ก็เพราะครอบครัวมีเรื่องเข้าโรงพัก ในช่วงเวลานี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจนัก
สือเจียอีเองก็ไม่มีกะจิตกะใจไปโต้เถียงเรื่องในอดีต ใช้คะแนนตบหน้า คือข้อเท็จจริงที่ดีที่สุด
หลังจากได้รับข้อสอบที่อาจารย์แจก เธอตรวจดูโจทย์ในภาพรวมของทั้งแผ่นอย่างละเอียดก่อน แล้วถึงเริ่มลงมือทำ
ผ่านช่วงชีวิตมาระยะหนึ่ง เธอรู้สึกว่าสภาพร่างกายของตัวเองดูจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่จิตวิญญาณหลอมรวมกัน
ทั้งความจำ ความเข้าใจ รวมถึงประสาทสัมผัสทั้งห้าและแขนขา ล้วนพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน
แม้แต่ความทรงจำตอนเล็ก ๆ สี่ห้าขวบก็ผุดขึ้นมา เวลานอนกลางคืน เธอถึงกับได้ยินเสียงหนูจากลานบ้านข้าง ๆ สือเจียอีรู้ว่านี่เป็นเรื่องดี จึงทบทวนความรู้อย่างตั้งใจมาตลอด
พอสอบวันนี้ก็รู้สึกราวกับมีเทพมาช่วยจับปากกา แค่ครึ่งชั่วโมงก็ทำข้อสอบคณิตศาสตร์เสร็จทั้งแผ่น
เธอตรวจทานอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงวางปากกาลง
พอยามอาจารย์เก็บข้อสอบเสร็จ หลิวอวี่เฟยก็เข้ามาพร้อมหน้าสลด
“ยากจังเลย ข้อสอบคณิตศาสตร์วันนี้ยากมาก”
สือเจียอีดื่มน้ำอึกหนึ่ง “แล้วเธอยังจะสอบเอ็นทรานซ์อีกไหม”
หลิวอวี่เฟยพยักหน้า “แม่ฉันบอกว่าให้ลองดู ใบปริญญาก็สำคัญนะ”
