วันรุ่งขึ้น ลุงใหญ่มาถึงบ้านสกุลสือตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอสือเจียอี
สือเจียอีไม่ได้รีรอ ล้างหน้าผาด ๆ พลางอดนึกชมในความทุ่มเทของลุงใหญ่ไม่ได้
ที่บ้านสกุลสือนอกจากสือเจียเอ่อร์แล้ว ทุกคนตื่นกันหมดแล้ว วันนี้พวกเขายังต้องตากข้าวและไถนา งานไม่ใช่น้อย สือเจียอีบอกว่าอีกสักพักจะไปที่นาเพื่อช่วยพวกเขา
จากนั้นจึงไปบ้านหวงฟูจื่อพร้อมกับลุงใหญ่
“หวงฟูจื่อ อยู่บ้านไหม” ลุงใหญ่ตะโกนถามตั้งแต่หน้ารั้วบ้าน
“อยู่ ๆ มาแล้ว ๆ” หวงฟูจื่อตื่นแต่เช้า เพราะเป็นเรื่องที่รับปากไว้เมื่อสองสามวันก่อน
เปิดประตูออกมา พลางยิ้มอย่างสนิทสนม “กินข้าวเช้าหรือยัง เข้ามากินด้วยกันสักหน่อยไหม”
ลุงใหญ่โบกมือ “ไม่กินแล้ว” ชี้ไปทางสือเจียอีที่อยู่ข้าง ๆ “นี่หลานสาวข้า ให้เธอมาบอกว่าจะให้ทำอะไรเป็นหลัก”
“ได้เลย” หวงฟูจื่อเดินนำหน้า
สือเจียอีกวาดตามองดูรอบ ๆ เศษไม้กระจัดกระจายเต็มไปหมด ในลานบ้านยังมีถังไม้ขนาดใหญ่วางอยู่สองใบ เพิ่งทาน้ำมันถงเสร็จ ตั้งตากไว้
ตามเข้าไปในห้องโถง ข้าวของสำหรับงานไม้ถูกวางระเกะระกะเต็มไปหมด
ลุงใหญ่พูดติดตลกว่า “นี่ฝีมือของหวงฟูจื่อ หมู่บ้านแถวนี้หลายที่ก็มาจ้างเขาทำ”
สือเจียอีฟังพลางพยักหน้าไปด้วย หญิงวัยกลางคนท่าทางอ่อนโยนเดินเข้ามา ยกน้ำชามาให้พวกเขาสองแก้ว
“กินชาหน่อยจ้ะ หนู”
“ขอบคุณค่ะ อาเฉิน” สือเจียอีกล่าวขอบคุณ
“ลองว่าเลยว่าจะทำอะไร” หวงฟูจื่อหยิบเก้าอี้ไม้สองตัวออกมาให้พวกเขานั่ง
สือเจียอีวางถ้วยชา หยิบแบบแปลนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ซึ่งเธอวาดไว้เมื่อคราวก่อน
