“ฉันแซ่ถัง คุณน่าจะอายุมากกว่าฉันสักสองสามปี เรียกฉันว่าเสี่ยวถังก็พอ” เธอไม่ได้บอกชื่อของตัวเอง คนที่พบกันโดยบังเอิญไม่จำเป็นต้องบอกชื่อกัน
จางเสี่ยวฟางรู้ชื่อของเธอแล้วตั้งแต่เมื่อครู่ แต่ในเมื่อไม่ได้รับอนุญาต จึงเพียงมองเธอแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะ เสี่ยวถัง”
ถังชีชีโบกมือ “ไม่ต้องขอบคุณหรอก คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันตั้งใจช่วยตัวเอง ส่วนที่ช่วยคุณเป็นเรื่องบังเอิญ”
จางเสี่ยวฟางเข้าใจดี แต่จะให้แสร้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่รู้แก่ใจไม่ได้ “ไม่ว่ายังไง ความจริงก็คือคุณช่วยฉันไว้ ฉันจะจดจำเรื่องนี้ไว้ ถ้าในอนาคตมีโอกาส ฉันจะตอบแทนคุณแน่นอน”
ถังชีชีฟังคำพูดของเธอ รอยยิ้มตรงมุมปากชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มขึ้นอีกครั้ง “ได้สิ งั้นฉันจะรอให้คุณตอบแทน”
จางเสี่ยวฟางถอนหายใจอย่างโล่งอก ทว่าในใจยังมีเรื่องที่อัดอั้นอยู่อีกเรื่อง
“เสี่ยวถัง เรื่องทางเลือกที่คุณพูดเมื่อกี้ ฉันไม่รู้ว่าควรเลือกยังไง” เธอรวบรวมความกล้าพูดออกมา เธอไม่อยากตาย ไม่อยากมีชีวิตอยู่ท่ามกลางคำครหาไปตลอดชีวิต
ถังชีชีมองเธอ “คุณเลือกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? เอาเด็กออก แล้วเริ่มต้นใหม่”
จางเสี่ยวฟางส่ายหน้า “ที่ฉันเอาเด็กออกก็เพราะไม่อยากคลอดลูกของศัตรู แต่ถึงกลับไป ฉันก็ยังต้องเผชิญกับคำครหาเรื่องความบริสุทธิ์ ไม่มีวันสงบสุข ฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไง”
ไม่ใช่แค่ถังชีชีที่กำลังฟัง คนอื่น ๆ ก็ฟังอยู่เช่นกัน พี่ฟู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ไม่อย่างนั้นก็หาที่ที่ไม่มีใครรู้จัก แล้วทำทะเบียนบ้านใหม่ แบบนี้ก็จะไม่มีใครรู้เรื่องที่คุณถูกลักพาตัว”
