เจ้าหน้าที่สถานีคนเดิมกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมเจ้าหน้าที่อีกสองคน หนึ่งในนั้นเข็นรถเข็นคันเล็กมาด้วย
“สหายทุกท่านวางสัมภาระไว้บนรถเข็นได้เลยครับ พวกเราจะพาไปทางเดินฉุกเฉิน แล้วช่วยพวกท่านขึ้นรถไฟเที่ยวถัดไปที่มุ่งหน้าไปเมืองหลวงมณฑล”
เจ้าหน้าที่ที่อยู่หน้าสุดอธิบายแผนการทั้งหมดอย่างละเอียด ส่วนเจ้าหน้าที่อีกสองคนที่ตามมาก็ลงมือขนสัมภาระของพวกเขาขึ้นรถเข็นแล้ว
ฟู่หยุนเฉิงที่นอนอยู่บนแผ่นไม้ มองเจ้าหน้าที่ทั้งหลายแล้วกล่าวจากใจจริงว่า “ขอบคุณครับ”
เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ด้านหน้ากลับยิ้มพลางทำความเคารพ “นี่เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำครับ”
ภายใต้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่สถานี ทุกคนเดินผ่านทางเดินยาวเหยียดที่ไร้ผู้คน
“เรียบร้อยครับ ที่นี่คือชานชาลารอรถไฟ อีก 5 นาทีรถไฟจะเข้าชานชาลา นี่คือตั๋วของพวกท่าน หลังขึ้นรถแล้วจะมีพนักงานรถไฟพาไปยังที่นั่ง หากระหว่างทางเกิดเหตุอะไรขึ้น สามารถติดต่อพนักงานบนรถได้เลยครับ”
ยังคงเป็นเจ้าหน้าที่คนเดิม หลังบอกข้อมูลเหล่านี้จบ เขาก็หันไปมองฟู่หยุนเฉิงที่นอนอยู่บนแผ่นไม้ “ขอให้เดินทางราบรื่นและหายดีในเร็ววันนะครับ”
“ขอบคุณครับ” ฟู่หยุนเฉิงกล่าวขอบคุณอีกครั้ง
พี่ใหญ่ฟู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เช่นกัน ถึงกับก้มคำนับเจ้าหน้าที่หลายคน “ขอบคุณครับ ขอบคุณสหายทุกท่าน”
5 นาทีต่อมา รถไฟสีเขียวที่ดูใหญ่เทอะทะก็แล่นเข้าสถานีพร้อมเสียงหวูด
ประตูตู้รถไฟทั้งสองด้านเปิดออก คนที่ลงมาไม่ใช่ผู้โดยสาร แต่เป็นพนักงานรถไฟสองคน พวกเขาตรงดิ่งมาหาฟู่หยุนเฉิงกับพวก แล้วรับช่วงต่อจากเจ้าหน้าที่สถานีทั้งสามอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพาทุกคนขึ้นตู้รถไฟ
