“ตอนนี้สถานที่ที่พวกคุณอยู่คือโลกที่เรียกว่า【แดนพิศวง】”
“พวกเราทุกคนเป็นคนดวงซวยที่ถูกโชคชะตาสาป ถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนมาอยู่ในสถานที่บ้า ๆ นี่!”
“โลกใบนี้มีผีอยู่จริง เป็นผีร้ายที่ฆ่าคนได้!”
“ผีพูดคุยด้วยไม่ได้ ไม่มีความเป็นมนุษย์ ทั้งเจ้าเล่ห์และน่าสะพรึงกลัว ฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย หากเผลอล่วงละเมิดกฎการฆ่าของผี สิ่งเดียวที่รออยู่ก็คือความตาย!”
“ถ้าอยากออกไปจากสถานที่บ้า ๆ นี่ทั้งเป็น วิธีเดียวคือต้องทำภารกิจที่【แดนพิศวง】มอบให้ ตอนนี้ลองตรวจดูสิ่งของที่ติดตัวพวกคุณอยู่”
ชายสักพูดพลางล้วงโทรศัพท์เครื่องหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง
หลีอวี้ยื่นมือคลำในเสื้อ พบว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ในกระเป๋ามีของเพิ่มขึ้นมาอย่างหนึ่ง พอหยิบออกมาดูก็เห็นว่าเป็นโทรศัพท์รุ่นเดียวกับที่ชายสักถืออยู่
รูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการ เป็นโทรศัพท์ปุ่มกด หน้าจอเล็กมาก ฟังก์ชันก็มีเพียงโทรเข้าโทรออก ส่งข้อความ ค้นหาแผนที่ และจดบันทึกเท่านั้น
“นี่คือโทรศัพท์พิเศษที่【แดนพิศวง】มอบให้พวกเราทุกคน ในโลกของ【แดนพิศวง】 ไม่มีทางนำสิ่งของจากโลกภายนอกเข้ามาได้”
“พูดอีกอย่างก็คือ โทรศัพท์เดิมของพวกคุณใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ใช้ได้แค่เครื่องที่【แดนพิศวง】ให้มาเท่านั้น”
เมื่อชายสักพูดถึงตรงนี้ เสียงขัดหูเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกะทันหัน
“...ตกลงคุณพูดเรื่องอะไรกันแน่? โลกนี้จะมีผีมาจากไหน!?”
“ถึงจะล้อเล่นก็ต้องมีขอบเขตบ้างสิ! เรื่องเหลวไหลขนาดนี้จะมีใครเชื่อ!”
คนที่พูดคือชายตาเล็ก
เขามีสีหน้าโกรธจัด แววตายังแฝงความหวาดกลัว คล้ายทนฟังชายสักพูดพล่ามอยู่คนเดียวไม่ไหวอีกต่อไป จึงลุกขึ้นตะโกนใส่
พูดจบชายตาเล็กก็กวาดตามองคนอื่น ๆ บนรถอย่างร้อนใจ “พวกคุณเองก็คงไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลแบบนี้หรอก ใช่ไหม?”
“อะไรคือ【แดนพิศวง】 โลกของผี? ทั้งในรถและนอกรถก็ปกติดีทุกอย่าง จะมีปัญหาอะไรได้!”
ชายตาเล็กดูร้อนรนอยากให้คนอื่นเห็นด้วย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบรับคำพูดของเขาเลย
หลีอวี้นิ่งเงียบ เขามั่นใจว่าสิ่งที่ชายสักพูดเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องโกหก อีกทั้งยังรู้ดีว่าตัวเองมาถึงที่นี่ได้อย่างไร
ก่อนก้าวเข้าสู่【แดนพิศวง】 เขาได้เห็นการมีอยู่ของ “ผี” ด้วยตาตัวเองแล้ว หากตอนนั้นเข้าประตูไม่ทัน ป่านนี้คง...
หญิงสาวผมยาวตรงสีดำไม่แม้แต่จะปรายตามองชายตาเล็ก เธอนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่บนที่นั่ง ราวกับไม่ใส่ใจปฏิกิริยาของคนอื่นเลย
ส่วนหญิงสวมแว่นกับชายหนุ่มผมทองต่างมองหน้ากัน แม้จะรู้สึกเหลือเชื่อไม่ต่างกัน แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ประหลาดตรงหน้า ทั้งคู่ก็อดเชื่อคำพูดของชายสักขึ้นมาไม่ได้
“พวกคุณ...”
ปฏิกิริยาของคนอื่นทำให้ชายตาเล็กชะงักไป จากนั้นสีหน้าโกรธขึ้งก็ยิ่งเด่นชัด “ดี ดีมาก เข้าใจแล้ว พวกคุณรวมหัวกันสินะ”
“พูดเรื่องไร้สาระตรงนี้เพื่อหลอกฉัน มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อ! อยากเล่นกันก็เล่นไป ฉันไม่เอาด้วยหรอก!”
ชายตาเล็กพูดอย่างฉุนเฉียว ก่อนเดินตรงไปยังประตูรถทัวร์ ทำท่าจะลงจากรถ
ชายสักไม่มีทีท่าจะห้าม เพียงมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา
หลีอวี้สังเกตเห็นว่าหญิงสาวผมยาวตรงสีดำซึ่งไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ มาตลอด ตอนนี้กลับหันมามองเช่นกัน ในแววตาของทั้งคู่ไม่ได้มีเพียงความเย็นชา แต่ยังแฝงความอยากรู้อยากเห็นอยู่ด้วย
“ผ่าฆ่าไม่ตาย”
“มนุษย์ต่อกรกับผีไม่ได้”
“ผีมีกฎการฆ่าของตัวเอง”
หลีอวี้นึกถึงเนื้อหาในจดหมายประหลาดฉบับนั้น แล้วเข้าใจบางอย่างขึ้นมาทันที ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
ชายสักกับหญิงสาวผมยาวตรงกำลังคิดจะ...ใช้ชายตาเล็กทดสอบข้อห้ามของด่านนี้!
พวกเขาอยากรู้ว่าหลังลงจากรถ ชายตาเล็กจะไปกระตุ้นกฎการฆ่าและถูกผีร้ายฆ่าหรือไม่
“นี่คือกฎการเอาชีวิตรอดใน【แดนพิศวง】สินะ?”
เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว แววตาของหลีอวี้ก็ค่อย ๆ เย็นชาลง
ภายใต้สายตาของคนอื่น ๆ บนรถ ชายตาเล็กลงจากรถทัวร์อย่างรวดเร็ว
เดิมทีพอถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง ตอนก้าวลงจากรถเขาก็ใจหายวาบอยู่บ้าง แต่เมื่อพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นดูแคลน
“ถุย! กลลวงกระจอก ๆ แค่นี้ยังคิดจะหลอกฉัน พวกโง่!”
เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง ก่อนหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เขาไม่อยากอยู่กับคนพวกนี้ต่ออีกแล้ว แต่ตอนนี้อยู่ที่จุดพักรถบนทางหลวง หากจะไปจากที่นี่ก็ต้องหาทางเรียกรถสักคัน
เมื่อชายตาเล็กเดินลับไปไกล ชายสักจึงค่อยละสายตากลับมา ในใจเข้าใจเรื่องราวแล้ว
“ลงจากรถแล้วไม่กระตุ้นกฎการฆ่าสินะ?”
“ดูท่าด่านจริงจะอยู่ที่รีสอร์ตบนเขา ก่อนจะไปถึงที่นั่นก็น่าจะยังปลอดภัย”
ขณะที่ชายสักกำลังคิดเช่นนั้น พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่ามีสายตาสองคู่แอบมองเขาอยู่
เป็นชายหนุ่มผมทองกับหญิงสวมแว่น
เมื่อเขามองไป ทั้งคู่ก็รีบเบือนสายตากลับ ทว่าบนใบหน้าปรากฏความลังเลอย่างเห็นได้ชัด
เห็นได้ชัดว่าการที่ชายตาเล็กลงจากรถได้สำเร็จทำให้ความหวาดกลัวในใจพวกเขาลดลงไม่น้อย จนเริ่มลังเลว่าจะลงจากรถทัวร์ประหลาดคันนี้ไปด้วยกันดีหรือไม่
เมื่อเห็นภาพนี้ ชายสักก็ยิ้มเย็น “ประตูอยู่ตรงนั้น อยากไปตายก็ไม่มีใครห้าม”
“ที่ฉันอธิบายให้พวกคุณฟังตั้งมากมาย ไม่ใช่เพราะคิดจะดูแลมือใหม่อย่างพวกคุณ ฉันแค่ไม่อยากให้การกระทำโง่ ๆ ของพวกคุณมาส่งผลกระทบกับฉันทีหลัง!”
“พวกคุณจะตายหรือไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน คนที่มาถึงตอนนี้แล้วยังมองสถานการณ์ไม่ออก ยังไงก็ไม่มีทางรอดใน【แดนพิศวง】”
“เตือนไว้เป็นครั้งสุดท้าย อย่าลืมว่าพวกคุณ...ขึ้นรถทัวร์คันนี้มาได้อย่างไร”
ประโยคสุดท้ายของชายสักทำให้สีหน้าของชายหนุ่มผมทองกับหญิงสวมแว่นเปลี่ยนไปทันที
เมื่อหลีอวี้นึกถึงวิธีที่ตัวเองเข้ามา ก็พอเดาได้ไม่ยากว่าทั้งสองคนน่าจะมาถึงที่นี่ผ่านประตูจากสถานที่บางแห่งเช่นกัน
สถานการณ์แบบนี้อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ทั่วไปไม่ได้ ย่อมไม่มีทางเป็นอย่างที่ชายตาเล็กพูดว่าทุกคนร่วมมือกันแกล้งเขา
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ความลังเลบนใบหน้าของชายหนุ่มผมทองกับหญิงสวมแว่นก็หายไปในพริบตา ทั้งคู่นั่งอยู่บนที่นั่งอย่างว่าง่าย มีเพียงสายตาที่ยังคอยมองไปทางที่ชายตาเล็กจากไปเป็นระยะ
“ยังพอฉลาดอยู่บ้าง” ชายสักแค่นเสียง
“เอาละ ไม่ต้องมองแล้ว ต่อให้สถานที่ของด่านอยู่ในรีสอร์ตบนเขา และตอนนี้ยังไม่กระตุ้นกฎการฆ่าของผี พวกคุณคิดจริง ๆ หรือว่าไอ้โง่นั่นจะออกไปจากที่นี่ทั้งเป็นได้?”
“โลกของ【แดนพิศวง】ไม่มีเรื่องดี ๆ แบบนั้นหรอก”
“ที่รถคันนี้จอดอยู่ที่จุดพักรถ ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะ【แดนพิศวง】เห็นว่าด่านนี้มีมือใหม่มากเกินไป เลยให้เวลาพวกคุณยอมรับความจริงสักหน่อย”
“ถือโอกาสกำจัดพวกโง่ที่คิดว่าตัวเองฉลาดไปด้วย”
