ทั้งสองกำลังคลอเคลียกันอยู่
หยางสุ่ยหลิงแหงนหน้าขึ้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความสุขสม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังมาจากนอกลานบ้าน ปะปนกับเสียงตะโกนหยาบกระด้างของผู้ชาย
“หยางสุ่ยหลิง! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เป็นเสียงของหวังหู่
หลี่กังเพ่าหยุดชะงักทันที แววตาเย็นเยียบขึ้นในชั่วพริบตา
หยางสุ่ยหลิงก็ได้ยินเช่นกัน แก้มที่แดงระเรื่อยังไม่จางหาย แต่ในดวงตากลับฉายแววหวาดกลัว
เธอคว้าข้อมือหลี่กังเพ่าไว้ทันควัน พูดอย่างลนลานว่า “กังเพ่า รีบไปซ่อนเร็ว”
หยางสุ่ยหลิงกดเสียงต่ำ น้ำเสียงเร่งร้อน พลางรีบสวมเสื้อผ้าอย่างมือไม้พันกัน “ไปซ่อนในตู้เสื้อผ้า ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามออกมาเด็ดขาด”
“ผมไม่ซ่อน” หลี่กังเพ่าเริ่มสวมเสื้อผ้าเช่นกัน
หยางสุ่ยหลิงร้อนใจ รีบออกแรงผลักเขา “ฟังฉันนะ! หวังหู่พาคนมาด้วย นายคนเดียวสู้พวกเขาไม่ไหวหรอก! ต่อให้เขาสารเลวแค่ไหนก็ไม่กล้าทำอะไรฉันจริง ๆ หรอก อย่างมากฉันก็ให้เงินเขาสักหน่อย นายซ่อนตัวให้ดี อย่าส่งเสียงล่ะ!”
หลี่กังเพ่าสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วหันมามองเธอ แววตาสงบนิ่งเกินกว่าจะคิดว่าเขาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบ
“พี่สะใภ้ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่กลัว”
“ไม่กลัวก็ต้องเชื่อฟัง! ถ้านายไม่เชื่อฟัง ต่อไปก็อย่าคิดมาเหยียบบ้านพี่สะใภ้อีก!”
หยางสุ่ยหลิงออกแรงยัดหลี่กังเพ่าเข้าไปในตู้เสื้อผ้า จากนั้นรวบผมอย่างลวก ๆ สูดหายใจลึก แล้วผลักประตูห้องโถงออกไป
ใต้แสงจันทร์ มีคนเจ็ดแปดคนยืนอยู่ในลานบ้าน
หวังหู่ยืนอยู่หน้าสุด ใบหน้ายังติดผ้าก๊อซ แผลตรงมุมปากตกสะเก็ดแล้ว ดูทั้งสะบักสะบอมและน่ากลัว
ด้านหลังเขามีพวกอันธพาลในหมู่บ้านตามมาด้วย แต่ละคนถือกระบองไม้ไว้ในมือ เอียงคอคาบบุหรี่ แล้วกวาดตามองหยางสุ่ยหลิงอย่างหยาบคาย
