เห็นได้ชัดว่าต่อให้เป็นการฝึกฝนประสบการณ์ ก็ไม่มีใครเลือกเข้าไปลึกขนาดนั้น มีแต่นางที่ไม่รู้จักกลัว อาศัยว่ามีมิติอยู่กับตัว ถึงได้กล้าบุกตะลุยไปทั่ว
กลางวันใชญาณสำรวจเส้นทาง หากพบคลื่นพลังวิญญาณน่าสงสัยหรือสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์ปีศาจทรงพลัง นางก็ยอมอ้อมไกลดีกว่าเข้าใกล้เด็ดขาด
ส่วนกลางคืน นางจะเข้าไปพักผ่อนในมิติตั้งแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้พร้อม
วันที่ 15 หลังจากเข้าไปในเทือกเขาลึก ม่อเฉิงเฉิงก็พบหนองน้ำที่ปกคลุมด้วยหมอกสีม่วงจาง ๆ
เมื่อส่งญาณเข้าไปในหมอก สิ่งที่สะท้อนกลับมาพร่ามัวไปหมด ตรวจจับได้เพียงบริเวณรอบตัวประมาณ 10 เมตรเท่านั้น
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นปนหวานเลี่ยน สูดดมนานเข้าก็เริ่มเวียนหัว
ม่อเฉิงเฉิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบกลับเข้าไปในมิติทันที นางกลัวว่าหากโดนเล่นงานตอนอยู่นอกมิติแล้วหมดสติไป คงได้ตายโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตายอย่างไร
นางดื่มน้ำสะอาดและค่อย ๆ ฟื้นฟูร่างกายอยู่ในมิติ ใช้เวลาถึง 3 วันกว่าจะกลับมาเป็นปกติ
เมื่อออกมาอีกครั้ง ม่อเฉิงเฉิงสวมหน้ากากกันพิษ แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปข้างหน้าอีกช่วงหนึ่ง จึงเห็นคางคกผิวเป็นตุ่มหนองชนิดหนึ่งซุ่มอยู่ในหนองน้ำ
ตัวไม่ใหญ่ แต่พ่นพิษได้ แถมยังอยู่กันเป็นฝูง ม่อเฉิงเฉิงไม่พูดพร่ำทำเพลง หันหลังกลับทันที
ไม่ไหวก็อย่าไปหาเรื่อง นอกจากนางจะสู้พวกมันไม่ไหวแล้ว พวกมันยังชวนขยะแขยง มองแล้วรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว
การอ้อมครั้งนี้ทำให้นางต้องเสียเวลาไปอีก 7-8 วัน แถมยังต้องปีนหน้าผาสูงชันอีกลูกหนึ่ง
