เมื่อเรื่องที่โรงเรียนคลี่คลายลงอย่างหมดจดแล้ว ม่อเฉิงเฉิงก็เริ่มจัดการเรื่องใหญ่ของตัวเอง อย่างแรกคือไปทำพาสปอร์ต
อย่างที่สองคือวางแผนเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อกว้านซื้อของโดยไม่เสียเงินสักหยวน
ประเทศแรกที่ม่อเฉิงเฉิงอยากไปคือพม่า ได้ยินว่าที่นั่นมีหยก
หยกจะมีหรือไม่มีก็ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือที่นั่นวุ่นวายมาก สามารถหาปืนได้
แต่พม่าอันตรายเกินไป เธอจำเป็นต้องหาช่องทางที่มั่นคง
ม่อเฉิงเฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครคนหนึ่ง อีกฝ่ายคือชายที่เธอพบเมื่อไม่กี่วันก่อนบนถนนขายของเก่า เป็นลูกชายคนเดียวของไป๋หลี่เฟิง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ ไป๋หลี่โม่
ตระกูลไป๋หลี่เริ่มต้นจากธุรกิจพนันหินหยก มีบ่อนพนันหินหยกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และร้านหยกมากกว่าสองร้อยแห่งทั่วประเทศ เป็นเจ้าพ่อธุรกิจหยกที่มีชื่อเสียง แน่นอนว่าตอนนี้ยังขยายไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย
เหตุผลที่เธอติดต่อเขา ก็เพราะพม่าเป็นแหล่งกำเนิดหยก
คนระดับนี้ หากเป็นเธอในชาติก่อน คงไม่มีทางได้พบไปตลอดชีวิต ไม่คิดว่าชาตินี้กลับได้ติดต่อกันเพราะทับทิมสีเลือดนกพิราบเม็ดหนึ่ง
เสียง “ตู๊ด... ตู๊ด...” ดังมาจากหูโทรศัพท์
ลากยาวชวนให้หงุดหงิด จนเธอคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่รับสายและกำลังจะวางสาย โทรศัพท์ก็เชื่อมต่อได้เสียก่อน
เสียงผู้ชายที่ฟังดูสงสัยอย่างชัดเจนดังขึ้น ปนความรำคาญเล็กน้อยที่ถูกรบกวน “ฮัลโหล?”
ม่อเฉิงเฉิงเลิกคิ้วโดยไม่รู้ตัว จากนั้นมุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ก็จริง คนอย่างไป๋หลี่โม่ซึ่งยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก เป็นคุณชายชั้นยอด จะเสียเวลาเมมเบอร์โทรศัพท์ของคนตัวเล็ก ๆ อย่างเธอได้อย่างไร?
