งูตัวนี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่ามีพิษ แถมความเร็วคงไม่ธรรมดา
เธอไม่ได้คิดอะไรให้มากความ ชักปืนเก็บเสียงออกมาจากซองข้างต้นขาขวาทันที!
“ฟุ่บ!”
กระสุนเจาะทะลุกะโหลกของงูพิษที่ชูคอขึ้นอย่างแม่นยำ
งูยังไม่ทันได้ดิ้น ก็แน่นิ่งลงไปแล้ว
ม่อเฉิงเฉิงค้างท่ายิงอยู่อย่างนั้นหลายวินาที พอแน่ใจว่างูตายสนิทแล้วจึงค่อยผ่อนลมหายใจ ก่อนเหน็บปืนกลับเข้าซอง
“เฮ้อ...เรียบร้อย ของแบบนี้มีประสิทธิภาพจริง ๆ ไม่ส่งเสียง ไม่วุ่นวาย จบเร็วสะอาด”
เธอขี้เกียจจัดการซาก เพราะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องจัดการยังไง จึงอ้อมมันแล้วเดินหน้าต่อ
เธอเกลียดงู อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปในมิติส่วนตัวของเธอ
เธอฝ่าป่าลึกเข้าไปอย่างยากลำบากอีกประมาณหนึ่งชั่วยาม บัดนี้เข้าไปในป่าหมอกครามได้ไกลพอสมควรแล้ว
รอบด้านเงียบงันยิ่งขึ้น แม้แต่เสียงแมลงก็ยังเบาบางลงมาก เหลือเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันยามสายลมพัดผ่าน ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนขนลุก
ม่อเฉิงเฉิงกำลังคิดจะเข้าไปพักในมิติส่วนตัวก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อพรุ่งนี้
ทันใดนั้น ญาณของเธอก็จับเงาคนตรงขอบเขตได้ ไม่สิ ไม่ได้มีแค่คนเดียว!
เดิมทีม่อเฉิงเฉิงไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว อย่าเห็นว่าเมื่ออยู่ในวันสิ้นโลกเธอเคยเข่นฆ่าคนจนทั่วสารทิศ แถมยังวางท่าเบ่งอำนาจสารพัด แต่บนแผ่นดินบำเพ็ญเซียนแห่งนี้ ตอนนี้เธอก็แค่ตัวกระจ้อยร่อย ใคร ๆ ก็เหยียบเธอตายได้
เธอกำลังจะเข้าไปในมิติส่วนตัว พลันได้ยินเสียงแหลมเล็กบ่นขึ้นว่า “บ้าเอ๊ย เฝ้ามาตั้งหลายวัน ไม่เห็นแม้แต่เงาผีสักตัว! ไหนว่าคุณหนูตัวแสบที่หนีงานแต่งจากตระกูลม่ออาจจะผ่านทางนี้ไง?”
ม่อเฉิงเฉิงชะงักมือที่กำลังจะวูบเข้าไปในมิติส่วนตัว เธอรู้สึกว่าพวกนั้นกำลังตามหาเธออยู่หรือเปล่า? ลองฟังต่ออีกหน่อยดีกว่า
