หลิวเหล่าซานหรี่ตาลงเล็กน้อย “เกี่ยวอะไรกับเจ้า!”
ชายหน้าดำเอ่ยสมทบ “แล้วถ้าข้าเป็นคนทำแล้วจะทำไม? เจ้าใกล้จะได้ไปพบยมบาลอยู่รอมร่อ ยังคิดจะยื่นมือช่วยคนอื่นอีกหรือ?”
ชายร่างเตี้ยอ้วนหัวเราะลั่น “ฆ่าเจ้าเสีย คดีก็ปิดลง กฎหมายต้าชิ่งก็ไม่มีทางเอาผิดพวกเราได้อีก
ไม่ว่าเจ้าหรือครอบครัวนั้น ต่อให้กลายเป็นผี ก็ทำได้แค่ถลึงตามองเท่านั้น”
ลู่เฟิงเหนียนตอบเสียงเรียบ “กฎหมายต้าชิ่งเอาผิดพวกเจ้าไม่ได้ แต่ธนูของข้าจัดการได้”
กล่าวจบ เขาสะพายคันธนูยาว มือถือกระบอกใส่ลูกธนู แล้วก้าวฉับ ๆ ไปยังด้านหนึ่งของลานประลอง
“ไก่อ่อนตัวหนึ่งยังกล้าปากดีอยู่ที่นี่!”
แววอำมหิตวูบไหวในดวงตาชายหน้าดำ “พวกเรา อีกเดี๋ยวอย่าเพิ่งฆ่ามันทิ้งเสียล่ะ ให้ข้าได้ทรมานมันสักสองสามแผลก่อน!”
ชายร่างเตี้ยอ้วนเอ่ยเสริม “นับข้าด้วย ข้าจะเคาะฟันของไอ้เด็กนี่ออกมาทีละซี่ แล้วค่อยส่งมันไปตาย!”
…………
ได้ยินคำเยาะเย้ยของหลิวเหล่าซานกับพวกทั้งห้า ลู่เฟิงเหนียนยังคงสีหน้าเรียบเฉย เดินไปอย่างไม่รีบร้อน
ริมลานประลอง เหลยหู่ตะโกนเสียงดัง “ลู่เฟิงเหนียน เจ้าอย่าถือแต่คันธนูอย่างเดียว สวมเกราะหนังให้ตัวเองเสียด้วย!”
ลู่เฟิงเหนียนหันกลับมา พยักหน้าให้เหลยหู่เล็กน้อย “ขอบคุณเชียนฮู่เหลยที่เป็นห่วง มีธนูคันเดียวก็พอแล้ว”
“ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!”
“ไม่รู้จักประมาณตน!”
…………
หลิวเหล่าซานกับพวกหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง
เหลยหู่กำลังจะเอ่ยปาก ฉินซานหมิงก็ตะโกนขึ้นว่า “ทั้งสองฝ่ายรีบไปประจำคนละด้านของลานประลอง การประลองกำลังจะเริ่มแล้ว!”
