สิ้นคำกล่าว ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึง
ลู่เฟิงเหนียนทำร้ายจ้าวถง ทั้งยังข่มขู่จ้าวเทียนหมิงอย่างโจ่งแจ้ง ท่าทีโอหังเย่อหยิ่ง แถมยังรุกเร้าไม่ยอมถอย
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ จ้าวเทียนหมิงไม่เพียงไม่โกรธ กลับห้ามจ้าวกังกับจ้าวเถี่ยที่คิดจะลงมือไว้
แววตาจ้าวเทียนหมิงวูบไหว สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมาหลายครา เห็นได้ชัดว่ากำลังชั่งใจ
ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ตรงหน้าประตูบ้านสกุลลู่ บางคนหัวช้าจนเริ่มตามเรื่องไม่ทันแล้ว
ลู่เฟิงเหนียนถึงกับยิงธนูเป็น แถมวิชายิงธนูยังร้ายกาจถึงเพียงนี้ พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาเคยเห็นเสียที่ไหนว่าจ้าวเทียนหมิงจะถูกคนโต้กลับจนลังเลตัดสินใจไม่ถูกเช่นนี้
จ้าวเถี่ยพันแผลจากลูกธนูให้จ้าวถงเสร็จ ก็ขยับเข้าไปข้างบิดาแล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อ วิชายิงธนูของเจ้าหนุ่มนี่พิกลอยู่บ้างก็จริง แต่พวกเรายังมีสามคน ยิงคนละดอกก็ทำให้มันพรุนเป็นรังผึ้งได้!”
จ้าวเทียนหมิงเงยหน้ามองลู่เฟิงเหนียน สีหน้าเผยความลังเลอยู่บ้าง
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มมุมปาก “นายพรานจ้าว พวกท่านยังมีคนอีกสามคนก็จริง แต่ข้ารับรองได้ว่า ก่อนที่พวกท่านจะยิงถูกข้า อย่างน้อยสองคนในสามต้องถูกข้ายิงทะลุหัวใจแน่”
สิ้นคำกล่าว บิดาบุตรทั้งสี่แห่งบ้านสกุลจ้าวต่างมองหน้ากัน
จ้าวเทียนหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วมองจ้าวเถี่ยแล้วกล่าวเสียงเข้ม “ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ หากเจ้าฆ่าคนหนุ่มบ้านสกุลลู่ พวกเราคงต้องชดใช้ด้วยชีวิตกระมัง?
