ตู้ซานชิวกระแอมเบา ๆ “หลังจากแผลข้าหายได้ไม่กี่วัน ก็พบตาเฒ่าสติเฟื่องคนนั้นอีกครั้ง
เขาบอกข้าว่าภายในสามวัน ข้าจะได้ลาภก้อนโต
ลองทายดูสิว่าเป็นอย่างไร?
คืนวันถัดมา ข้าไปสังสรรค์กับสหาย หลังมื้ออาหารก็เล่นไพ่กระดูก ผลปรากฏว่ายังไม่ถึงสองชั่วยาม ข้าก็ชนะเงินไปกว่าสามสิบตำลึงแล้ว”
กล่าวถึงตรงนี้ เขาก็กระแอมอีกครั้ง “ที่น่าประหลาดยิ่งกว่านั้นคือ หลังจากนั้นข้ายังพบเขาอีกหลายหน ทุกคำที่เขาพูดล้วนเป็นจริงทั้งสิ้น
ครั้งสุดท้ายที่พบเขา ข้าอดถามไม่ได้ว่าเขาจะชี้ทางสว่างสู่ฟ้าให้ข้าอย่างไร
เขาบอกว่าภายในหนึ่งเดือน ข้าจะได้พบสตรีผู้หนึ่ง ทั้งยังบรรยายรูปโฉมของนางอย่างละเอียด บอกว่าหากข้าแต่งกับนาง ก็จะก้าวสู่จุดสูงสุดในโลกสามัญ และมีโอกาสทะยานสู่ฟ้า”
ลู่เฟิงเหนียนขมวดคิ้ว “สตรีที่เจ้าพูดถึงคือเสี่ยวอวี่หรือ?”
ตู้ซานชิวพยักหน้ารัว “รูปโฉมของเสี่ยวอวี่เหมือนกับที่ตาเฒ่าสติเฟื่องบอกไว้ทุกประการ ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย”
ลู่เฟิงเหนียนแค่นเสียงเบา ๆ “เจ้านี่แต่งเรื่องได้เก่งไม่เบา”
ตู้ซานชิวยกมือขึ้นอีกครั้ง “พี่ใหญ่ เรื่องนี้เป็นความจริงทุกประการ ข้าสาบานต่อฟ้าได้
หากท่านไม่เชื่อ ก็ไปอำเภอชิงเหอกับข้าได้ มีคนมากมายเป็นพยาน พวกเขาต่างเห็นตาเฒ่าสติเฟื่องคนนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฟิงเหนียนพลันนึกถึงเรื่องหนึ่ง จึงถามว่า “ลองบอกข้ามาสิ ตาเฒ่าสติเฟื่องคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?”
ตู้ซานชิวตอบออกมาแทบจะทันที “เสื้อผ้าบนกายขาดรุ่งริ่ง ที่เอวห้อยน้ำเต้าหนังสีเหลืองสกปรกมอมแมม ฟันหน้าหายไปซี่หนึ่ง”
