หยางไคจ้องลู่เฟิงเหนียนเขม็ง ผ่านไปถึงหกลมหายใจจึงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “ระยะหกสิบจั้ง ไกลอยู่จริง
แต่หากไม่ถึงกับยิงสิบครั้งเข้าเป้าทั้งสิบ ข้ายังกล้าพูดว่าทำได้สักสี่ห้าดอก”
หกสิบจั้ง ยิงสิบเข้าเป้าสี่ห้าดอก!
ผู้คนทั้งบนคันดินและใต้คันดินต่างพากันฮือฮา
“ไม่เลว” ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยเสียงเรียบ
หยางไคกล่าวต่อทันที “ระยะหกสิบจั้ง หากเจ้ายิงเข้าเป้าได้สักดอก ก็ถือว่าข้าแพ้”
มุมปากลู่เฟิงเหนียนยกขึ้นเล็กน้อย “ตั้งเป้าเถอะ”
ไม่นานนัก ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากคันดินริมแม่น้ำราวหกสิบจั้งก็ได้รับเลือก เปลือกไม้ตรงกลางลำต้นถูกลอกออก เผยให้เห็นเป้ายิงทรงกลม
ลู่เฟิงเหนียนกับหยางไคยืนเคียงกันบนคันดิน ชาวบ้านหมู่บ้านเม่าเอ๋อและหมู่บ้านซ่างเจียยืนอยู่ด้านหลังของทั้งคู่ แยกเป็นคนละฝั่ง
“เจ้าก่อนหรือข้าก่อน?” หยางไคถาม
ลู่เฟิงเหนียนตอบเสียงเบา “เจ้าก่อน”
หยางไคหัวเราะเบา ๆ ยกคันธนูล่าสัตว์ด้วยมือซ้ายขึ้นตั้งตรงเบื้องหน้า
ยามหยิบลูกธนู เขากลับหยิบออกมาพร้อมกันถึงสามดอก ดอกหนึ่งพาดไว้บนสายธนู ส่วนอีกสองดอกวางไว้ข้างคันธนูและตรงข้อมือซ้ายตามลำดับ
เขาเล็งเพียงครู่เดียว ก่อนปล่อยสายธนูอย่างรวดเร็ว ลูกธนูไม้ไผ่พุ่งทะยานออกไป
แทบจะในเวลาเดียวกัน นิ้วมือซ้ายของหยางไคก็เกี่ยวลูกธนูที่วางข้างคันธนูให้กระดอนขึ้นไปบนสายธนู มือขวายื่นออกไปฉับไว คว้าท้ายลูกธนูไว้ แล้วพาดสาย ง้าง และปล่อยในคราวเดียว
ชั่วพริบตา ลูกธนูดอกที่สองก็พุ่งออกไป
ต่อจากนั้น ดอกที่สามก็ตามมา...
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
