ลูกจ้างร้านเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “คุณชาย ท่านก็เดินดูมารอบหนึ่งแล้ว ย่อมรู้ว่าร้านหนังสัตว์ฝูหยวนของเราค้าขายด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด
หนึ่งร้อยอีแปะเป็นราคาสูงสุดแล้ว เพิ่มกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มน้อย ๆ “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน”
กล่าวจบ เขาก็เตรียมจะจากไปอีกครั้ง
จังหวะนั้นลูกจ้างรีบเอ่ยว่า “คุณชาย โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียนถามเถ้าแก่ก่อน”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า หยุดฝีเท้าลง
ลูกจ้างรีบหันหลังเดินเข้าไปยังห้องด้านใน
ไม่นานนัก ลูกจ้างก็กลับมา โดยมีชายวัยกลางคนใบหน้ากลมและท้องโตเดินตามหลังมา
“คุณชาย ท่านนี้คือเถ้าแก่ร้านหนังสัตว์ฝูหยวนของเรา” ลูกจ้างแนะนำให้ลู่เฟิงเหนียนรู้จัก
ลู่เฟิงเหนียนประสานมือคำนับชายใบหน้ากลมเล็กน้อย
ชายใบหน้ากลมยิ้มแย้มเบิกบาน “ข้าขอแนะนำตัวก่อน แซ่ฟาง ชื่อตง เป็นเถ้าแก่ร้านหนังสัตว์ฝูหยวน ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอย่างไร?”
ลู่เฟิงเหนียนบอกชื่อของตน
ฟางตงยิ้มอย่างเป็นมิตร “ดูจากรูปร่างหน้าตาของน้องลู่แล้ว ไม่เหมือนนายพราน กลับดูคล้ายนักศึกษาเสียมากกว่า”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มน้อย ๆ “เถ้าแก่ฟางคงเข้าใจความหมายของข้าแล้ว หนังสัตว์หนึ่งผืน หนึ่งร้อยสิบอีแปะ หากท่านให้ราคาได้ ข้าจะขายให้ทั้งสองผืน”
รอยยิ้มของฟางตงไม่จางลง “รบกวนน้องลู่เอาหนังทั้งสองผืนมาให้ข้าดูก่อน”
ลู่เฟิงเหนียนหยิบหนังทั้งสองผืนออกมาคลี่วางบนโต๊ะคิดเงิน
