หากไม่จำเป็นต้องให้เฉาหมงช่วยประดับหน้าตาแก่แคว้นหลิ่ว จ้าวหรูหลงคงส่งเฉาหมงไปแนวหน้า เพื่อสร้างผลงานให้แคว้นหลิ่วแล้ว
บัดนี้มีลู่เฟิงเหนียน ผู้ที่ยิงธนูต่อเนื่องได้เช่นเดียวกัน จ้าวหรูหลงย่อมคิดดึงตัวเขาเข้ามาอยู่ในสังกัด
ลู่เฟิงเหนียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ท่านโส่วเป้ย ท่านเชียนฮู่ทั้งสอง หากข้ายิงธนูต่อเนื่องสี่ดอกได้ จะได้เป็นหัวหน้าร้อยนายหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวหรูหลง เหลยหู่ และฉินซานหมิงต่างมีสีหน้าตื่นตะลึง
ธนูต่อเนื่องสี่ดอกกับสามดอก แม้ต่างกันเพียงหนึ่งดอก แต่ความยากกลับห่างกันราวฟ้ากับเหว
หากลู่เฟิงเหนียนยิงธนูต่อเนื่องสี่ดอกได้ ฝีมือธนูของเขาก็ย่อมเหนือกว่าเฉาหมงอย่างไม่ต้องสงสัย
เฉาหมงซึ่งยืนอยู่ไกลออกไปได้ยินคำพูดนี้ คิ้วทั้งสองข้างพลันเลิกขึ้น ดวงตากวาดมองลู่เฟิงเหนียนไปมาไม่หยุด
“เจ้าจะยิงธนูต่อเนื่องสี่ดอกได้หรือ?”
หลังจากเหลยหู่หายตื่นตะลึงก็กล่าวอย่างยินดีว่า “รีบเอาธนูมายิงให้เชียนฮู่ผู้นี้ดูเป็นบุญตา!”
ลู่เฟิงเหนียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “หากข้ายิงธนูต่อเนื่องสี่ดอกถูกเป้าจากระยะหกสิบจั้งได้ ข้าจะได้เป็นไป่ฮู่หรือไม่?”
เหลยหู่เริ่มหมดความอดทน “เจ้าหนุ่มนี่ช่างพูดมากจริง จะได้หรือไม่ได้ก็ยิงให้ดูก่อนค่อยว่ากัน!”
ฉินซานหมิงแค่นเสียงเย็นชา “คุยโวโอ้อวด ใครก็ทำได้ทั้งนั้น!
หรือว่าหากพวกเราไม่รับปากให้ตำแหน่งหัวหน้าร้อยนายแก่เจ้า เจ้าก็จะไม่ยิง?
จากนั้นก็เดินออกจากค่ายทหารอย่างผ่าเผย ไปคุยโวโอ้อวดไปทั่วได้สินะ?”
