“อะไรนะ? ทหารใหม่กระจอกคนหนึ่งกลับคิดอยากเป็นไป่ฮู่ ล้อเล่นอะไรกัน?”
ฉินซานหมิง เชียนฮู่ฝ่ายขวาแห่งแคว้นหลิ่ว เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูง โหนกแก้มยื่นเด่น
เมื่อได้ยินคำพูดของเหลยหู่ เขาก็หัวเราะเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยแววเยาะเย้ย
จ้าวหรูหลง โส่วเป้ยแห่งแคว้นหลิ่ว มีรูปร่างปานกลาง คิ้วดำหนาคู่หนึ่งสยายอยู่เหนือดวงตา สวมชุดรัดกุมสีดำ นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้แดง นิ้วกลางมือขวาเคาะที่เท้าแขนเบา ๆ โดยไม่กล่าวอะไร
เหลยหู่เอ่ยเสียงเบา “ข้าก็รู้ว่าคำขอนี้ออกจะเหลวไหลน่าขันอยู่บ้าง แต่วิชายิงธนูของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
ระยะ 60 จั้ง ยิงธนูต่อเนื่องสามดอกได้ถึงสองชุด ล้วนเข้าเป้ากลางพอดี วิชายิงธนูเช่นนี้ ต่อให้เป็นมือธนูเทพในกองทัพต้าชิ่งของเรา ก็ยังทำได้เพียงเท่านี้
ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ หากปล่อยให้ไปอยู่แคว้นข้างเคียง คงน่าเสียดายเกินไปกระมัง?”
ฉินซานหมิงแค่นเสียงเย็นชา “เป็นเพียงพรานป่าบ้านนอกคนหนึ่ง ยังกล้าข่มขู่ว่าจะไปสมัครเป็นทหารในแคว้นข้างเคียง ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!
จะรั้งเขาไว้ก็ไม่เห็นยาก
รีบส่งคนไปสืบดูว่าเขามีภูมิหลังอย่างไร ที่บ้านยังมีใครอยู่บ้าง
พอสืบทุกอย่างให้กระจ่าง ก็ย่อมมีวิธีควบคุมเขาได้”
เหลยหู่กล่าวแทรก “ถึงจะรั้งตัวไว้ได้ แต่กลับทำให้เขาหมดใจ แล้วจะมีประโยชน์อะไร?
ข้าเคยเห็นเด็กคนนี้แล้ว แววตาไม่เหมือนคนทั่วไป เขาต้องเป็นยอดฝีมือในสนามรบอย่างแน่นอน
วันหน้าไม่แน่ว่าจะสร้างชื่อเสียงได้ถึงเพียงไหน
