ลู่เฟิงเหนียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้า “หัวหน้าสิบนายอวี๋ ท่านเป็นคนตรงไปตรงมา ข้าก็ไม่ขอเสแสร้งแล้ว
พูดตามตรง หลายวันก่อนข้าสังหารสายลับของต้าโจวไปห้าคน หากนับตามความชอบความดี พอกลับถึงด่านสือหยาง ข้าก็ได้เป็นหัวหน้าห้านายแล้ว
หากได้อีกห้าหัว ก็จะได้เป็นหัวหน้าสิบนาย
แต่หากจะเลื่อนจากหัวหน้าสิบนายขึ้นไปเป็นหัวหน้าร้อยนาย ก็ไม่ใช่แค่ตัดหัวชาวต้าโจวแล้วจะทำได้ ยังต้องมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือด้วย
หัวของเหยาซานหลินนี้ ถือเป็นของตอบแทนที่ข้ามอบให้หัวหน้าสิบนายอวี๋เพื่อผูกมิตร หวังว่าหากวันหน้าหัวหน้าสิบนายอวี๋มีโอกาส จะช่วยชี้แนะข้าสักหน่อย”
ได้ยินเช่นนั้น อวี๋ซื่อไห่ก็หัวเราะเสียงดัง “น้องลู่ช่างเป็นคนน่าสนใจจริง ๆ ดี ข้าจะรับความชอบความดีครั้งนี้ไว้ แล้วผูกมิตรกับเจ้า
วันหน้าหากมีโอกาส ข้าจะช่วยเหลือเจ้าแน่นอน”
ลู่เฟิงเหนียนเผยสีหน้ายินดี รีบประสานมือคารวะอวี๋ซื่อไห่ “ขอบคุณหัวหน้าสิบนายอวี๋”
อวี๋ซื่อไห่โบกมือ “ในเมื่อเราเป็นสหายกันแล้ว ก็อย่าเรียกข้าว่าหัวหน้าสิบนายอวี๋อีกเลย
ข้าอายุมากกว่าเจ้าแน่นอน ขอถือดีสักหน่อย ต่อไปเรียกข้าว่าพี่อวี๋ก็พอ”
ลู่เฟิงเหนียนเปลี่ยนคำเรียกทันที “พี่อวี๋ บาดแผลของท่านหนักถึงเพียงนี้ จะไปพักรักษาตัวที่ป้อมสัญญาณของข้าก่อนหรือไม่?”
อวี๋ซื่อไห่โบกมือ “เจ้าพวกโจรต้าโจวคิดจะขุดเปิดช่องเขาซีเหมิน แล้วใช้มวลน้ำมหาศาลท่วมด่านสือหยางของเรา
