อวี๋ซื่อไห่มาถึงอย่างรวดเร็ว ยามไฮ่ของคืนนั้นก็เดินทางมาถึงค่ายเซียนเติงแล้ว
“น้องลู่ ไม่ได้พบกันพักใหญ่เลยนะ”
อวี๋ซื่อไห่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก “ข้านึกว่าเจ้าพอได้เป็นผู้บังคับกอง เลื่อนตำแหน่งแล้ว ก็ลืมสหายเก่าคนนี้ไปเสียแล้ว”
ลู่เฟิงเหนียนยิ้มตอบ “พี่อวี๋อย่าล้อข้าเลย ช่วงนี้ข้ายุ่งจนหัวหมุนไปหมดแล้ว”
อวี๋ซื่อไห่เอ่ยตอบ “ข้าล้อเจ้าเล่นต่างหาก ที่รีบร้อนเรียกข้ามาเช่นนี้ มีเรื่องสำคัญอะไรหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนพยักหน้า “วันนี้ข้าเข้าไปทำธุระในด่าน แล้วพบคนผู้หนึ่ง”
“ใคร?” อวี๋ซื่อไห่ถามเสียงต่ำ
ลู่เฟิงเหนียนเพิ่มเสียงขึ้นเล็กน้อย “เยี่ยนซาน องครักษ์ประจำกายของหลิวเจิ้นถิง”
“เยี่ยนซาน!”
อวี๋ซื่อไห่ใจสะท้าน “เจ้าเจอเขาที่ไหน? ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?”
ลู่เฟิงเหนียนกระแอมเบา ๆ “ที่ถนนสายตะวันออก เขากับทหารคนสนิทอีกสองคนของหลิวเจิ้นถิงสะกดรอยตามข้า
โชคดีที่ข้าไหวตัวทัน จึงสลัดพวกเขาหลุดไปได้
ส่วนตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ใด ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
สีหน้าอวี๋ซื่อไห่เปลี่ยนไป “เยี่ยนซานตามเจ้า ย่อมคิดร้ายต่อเจ้าแน่ น้องลู่ เยี่ยนซานเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นฟ้ากำเนิดระดับสาม
หากประมือกันตัวต่อตัว แม้แต่ข้าก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคู่มือเขาได้
เขาเพ่งเล็งเจ้าแล้ว ช่วงนี้อย่าออกไปไหน ให้อยู่ในค่ายเซียนเติง รอให้พวกเราจับเยี่ยนซานได้ก่อน”
ลู่เฟิงเหนียนส่ายหน้า “ผ่านมาตั้งเกือบสี่เดือนแล้ว พวกท่านก็ยังจับเขาไม่ได้
