หลังจากดำเนินการหลายอย่าง ปัญหาเรื่องตลาดและกำลังการผลิตก็ได้รับการแก้ไขทั้งหมด
ลู่เฟิงเหนียนเริ่มครุ่นคิด เตรียมขยายแผนการค้าของตนออกไปนอกด่านสือหยาง
ขณะเดียวกัน เรื่องเงินเดือนทหารก็มีทางออกแล้ว ปัญหาที่เหลือคือการรับสมัครทหาร เพื่อวางรากฐานค่ายเซียนเติงให้เป็นรูปเป็นร่างก่อน
ภายในด่านสือหยางไม่มีทหารให้เกณฑ์อีกแล้ว ส่วนพื้นที่ต้าชิ่งทางตะวันออกของด่านสือหยางออกไปร้อยกว่าลี้ บ้านเรือนว่างเปล่าไปเก้าในสิบเพราะภัยสงคราม จึงรับสมัครทหารไม่ได้เช่นกัน
สถานการณ์ในตอนนี้ หากลู่เฟิงเหนียนต้องการตั้งค่ายเซียนเติงให้เป็นรูปเป็นร่าง ทางออกเดียวดูเหมือนจะมีเพียงรอทหารใหม่รุ่นถัดไปมาถึง
ตอนลู่เฟิงเหนียนเสนอให้รับสมัครทหาร สยงชี ลู่หยาง หวังเถี่ยจู้ และคนอื่น ๆ ต่างก็ได้ข้อสรุปเช่นนี้
ทว่าลู่เฟิงเหนียนกลับบอกพวกเขาว่า อีกไม่นานค่ายเซียนเติงจะมีคนล้นค่าย ให้เตรียมตัวฝึกทหารใหม่ไว้
สยงชี ลู่หยาง และหวังเถี่ยจู้ต่างงุนงง ไม่รู้ว่าลู่เฟิงเหนียนคิดจะทำอะไรกันแน่
พวกเขาเคยถามแล้ว แต่ลู่เฟิงเหนียนตอบเพียงว่า ความลับสวรรค์มิอาจเปิดเผย
กิจการโรงกลั่นสุรา สบู่ และน้ำตาลทรายขาว ล้วนเข้าที่เข้าทางแล้ว ค่ายเซียนเติงจึงมีทุนทรัพย์มหาศาลคอยสนับสนุน
ขณะเดียวกัน คนเหล่านั้นที่ก่อนหน้านี้ถูกบีบให้มาเป็นกำลังภายนอกของค่ายเซียนเติง ต่างก็โกยเงินกันจนเต็มกระเป๋า
เดิมทีพวกเขาหวาดกลัวลู่เฟิงเหนียนราวกับงูพิษ ทั้งยังมีความแค้นอยู่ในใจ แต่ตอนนี้แต่ละคนกลับยิ้มหน้าบาน ซาบซึ้งในบุญคุณของลู่เฟิงเหนียนอย่างยิ่ง
