ลู่หยาง จางเสี่ยวซาน และหยางต้าซู่มีสีหน้าเคร่งเครียด แววตาเจือความละอาย
ลู่เฟิงเหนียนหัวเราะเบา ๆ “เรื่องครั้งนี้เป็นเพียงคำเตือนพวกเจ้า เลือกผิด ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“คราวนี้ยังดีที่เสียเงินไปเพียงไม่กี่ตำลึง หากครั้งหน้าตัดสินใจพลาดอีก สิ่งที่เสียไปอาจไม่ใช่เงิน แต่อาจเป็นชีวิต”
ลู่หยางรีบตอบด้วยความหวาดหวั่นและนอบน้อม “หัวหน้าสิบนาย ข้ารู้ผิดแล้ว หากมีครั้งหน้า ข้าจะไม่สงสัยในการตัดสินใจของท่านอีกเป็นอันขาด!”
จางเสี่ยวซานกับหยางต้าซู่รีบประสานมือก้มศีรษะ กล่าวขอขมาและรับรองว่าจะไม่ทำผิดซ้ำอีก
ลู่เฟิงเหนียนโบกมือเป็นสัญญาณให้สยงชีและคนอื่น ๆ เก็บเงินกลับไป
สยงชีไม่อิดเอื้อนอีก เขาพาลูกน้องสามคนเก็บเงินส่วนที่เป็นของตนกลับไป
หลังจากกำชับเรื่องต่าง ๆ อย่างคร่าว ๆ ลู่เฟิงเหนียนก็ให้ทุกคนถอยออกไป เหลือลู่หยางไว้เพียงคนเดียว
“ทางสำนักหลิวอิ๋นมีผลคืบหน้าบ้างหรือยัง?” ลู่เฟิงเหนียนถามเสียงเบา
ลู่หยางตอบเสียงต่ำ “ยังจับโจรไม่ได้ขอรับ ทางจวนแม่ทัพเร่งรัดมาอย่างหนัก ทั้งยังกำหนดเวลาให้กองทัพเจิ้นซี 10 วัน ภายใน 10 วันต้องมีความคืบหน้า ไม่จับโจรก็ต้องตามเงินกลับคืนมาให้ได้
“ตอนนี้กองทัพเจิ้นซีแบ่งกำลังออกเป็นสองทาง ทางหนึ่งตามจับโจร อีกทางไปสอบถามร้านค้าของสำนักหลิวอิ๋นทีละร้าน แล้วทำบัญชีขึ้นใหม่
“มีเวลา 10 วัน ย่อมทำบัญชีขึ้นใหม่ได้แน่นอน
