ชายร่างผอมตกใจจนหน้าซีดเผือด ทิ้งค้อนท่อนไม้แล้วออกวิ่งหนีสุดชีวิต
ชายถอดเสื้อกำข้อมือแน่น ก่อนจะหนีตามไปด้วย
“หยุด!”
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยเสียงเย็นชา “หากพวกเจ้ายังกล้าวิ่งอีกแม้แต่ก้าวเดียว ลูกธนูดอกนี้จะปักกลางอกพวกเจ้า!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายฉกรรจ์ทั้งสองพลันชะงัก ก่อนรีบหันกลับมา คุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ แล้วโขกศีรษะให้ลู่เฟิงเหนียนไม่หยุด พลางร้องขอชีวิตว่า
“ผิดไปแล้ว! พี่ใหญ่ พวกเราผิดไปแล้ว ขอท่านไว้ชีวิตพวกเราด้วย!”
“พี่ใหญ่ พวกเรามีคนแก่ที่ต้องดูแล มีลูกเล็กที่ต้องเลี้ยงดู จะตายไม่ได้ หากพวกเราตาย ครอบครัวก็หมดหนทางทำมาหากิน
ขอท่านโปรดเมตตา ต่อไปพวกเราไม่กล้าอีกแล้ว”
ลู่เฟิงเหนียนเก็บคันธนูและลูกธนู ก่อนสาวเท้าไปหยุดตรงหน้าชายทั้งสอง
ชายถอดเสื้อที่กำลังโขกศีรษะอยู่ พลันเงื้อกระบองหุ้มเหล็กในมือฟาดใส่ลู่เฟิงเหนียนอย่างแรง
ขณะเดียวกัน ชายร่างผอมที่ทิ้งค้อนท่อนไม้ไปแล้วก็คว้าก้อนหินจากพื้น เตรียมขว้างใส่ลู่เฟิงเหนียนเช่นกัน
มุมปากลู่เฟิงเหนียนยกเป็นรอยยิ้มเย็นชา ก่อนชายถอดเสื้อจะเหวี่ยงกระบองจนสุดแรง เขาก็ยกเท้าเตะเข้าที่ข้อมืออีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ชายถอดเสื้อร้องโหยหวน กระบองในมือหลุดลอย หัวกระบองที่หุ้มเหล็กฟาดเข้าศีรษะชายร่างผอมที่อยู่ข้าง ๆ พอดี เลือดไหลอาบหน้าในทันที
ลู่เฟิงเหนียนไม่หยุดเท้า เตะซ้ำเข้าอกชายถอดเสื้อจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มลง
จากนั้นเขาก็เหยียบมือของชายถอดเสื้อที่ถูกลูกธนูไม้ไผ่ยิงทะลุ แล้วกระชากลูกธนูออกมาอย่างแรง
