บุรุษชุดขาวเคาะพัดพับในมือเบา ๆ ป้าบ ป้าบ ป้าบ
ท้ายที่สุดเขาก็หยุดยืนห่างจากลู่เฟิงเหนียนราวสิบก้าว กวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนถามเสียงเรียบว่า “เจ้าคือลู่เฟิงเหนียนหรือ?”
ลู่เฟิงเหนียนยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย “ใช่ แล้วเจ้าเป็นใคร?”
บุรุษชุดขาวเผยสีหน้าเหยียดหยาม “เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอจะรู้ชื่อข้า”
มุมปากลู่เฟิงเหนียนยกขึ้นนิด ๆ เขาคร้านจะสนใจบุรุษชุดขาวอีก จึงหันไปมองหญิงสาวผู้สะพายคันธนูยาวแทน
เมื่อเทียบกับบุรุษชุดขาวแล้ว การมองสาวงามชวนเจริญตากว่าเป็นไหน ๆ
ครั้นเห็นลู่เฟิงเหนียนไม่สนใจตนอีก บุรุษชุดขาวก็โกรธขึ้นมาทันที กำลังจะระเบิดอารมณ์
สวีพั่วซานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โบกมือเบา ๆ
ลูกน้องคนหนึ่งด้านหลังเขาก็รีบนำเก้าอี้พับออกมาวางไว้ข้างหลังบุรุษชุดขาว
บุรุษชุดขาวแค่นเสียงเย็นชา ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้
ท่าทางตอนนั่งลงนั้นผ่อนคลายอย่างยิ่ง ไม่เห็นสวีพั่วซานที่อยู่ข้างกายอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ เยี่ยนซานกับว่านซงก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
สวีพั่วซานเป็นผู้บังคับกองลาดตระเวนแห่งต้าโจว แม้ใต้บังคับบัญชาจะมีคนเพียงสามร้อยกว่าคน แต่ฐานะในกองทัพต้าโจวก็ไม่ได้ด้อยกว่าจ่งปิงของกองทัพใดมากนัก
บุรุษชุดขาวกลับวางท่าตามสบายต่อหน้าเขาเช่นนี้ แถมยังพาสตรีมาด้วยคนหนึ่ง
เห็นได้ว่าฐานะของคนผู้นี้อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าสวีพั่วซาน
ว่านซงกับเยี่ยนซานมองออก ลู่เฟิงเหนียนย่อมมองออกเช่นกัน
