สยงชีทำท่าลังเลเล็กน้อย “ถึงอย่างนั้น พวกเราก็ไม่ควรฝ่าฝืนข้อห้ามของกองทัพเพียงเพราะอยากกลมกลืนกับคนอื่นกระมัง?”
ลู่เฟิงเหนียนเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย “ดูท่าคำพูดที่ข้าเคยบอกเจ้าไปก่อนหน้านี้ คงไม่ได้ผลมากนัก”
สยงชีรีบก้มศีรษะประสานมือ “คำของหัวหน้าสิบนาย ข้าย่อมจดจำไว้ในใจ เพียงแต่...”
มุมปากของลู่เฟิงเหนียนยกขึ้นสูง “เจ้าคิดว่าถ้าพวกเราเอาเงินไปเดิมพัน โอกาสชนะก็น้อยเกินไป ข้ารับมือสิบกระบวนท่าของเตียวจื่อหลินไม่ได้ใช่หรือไม่?”
สยงชีไม่ได้ตอบ นับว่าเป็นการยอมรับโดยปริยาย
รอยยิ้มของลู่เฟิงเหนียนไม่จางลง “ข้าต้องการให้พวกเจ้าไปลงเดิมพันกันทุกคน เดิมพันว่าข้าจะยืนหยัดผ่านหกสิบกระบวนท่าของเตียวจื่อหลินได้
หากชนะ ก็จะได้เงินคืนสิบเท่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างชะงักงัน มองลู่เฟิงเหนียนด้วยความงุนงง
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวย้ำ “ข้าไม่ได้ล้อเล่นกับพวกเจ้า”
พูดจบ เขาก็หยิบถุงผ้าใบหนึ่งออกมา แล้วโยนลงบนโต๊ะเสียงดังโครม “เปิดดู”
ลู่หยางรีบก้าวเข้าไป เปิดถุงอย่างคล่องแคล่ว
ทันใดนั้น กองเงินสีขาววาวก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
ทุกคนต่างตาเป็นประกาย แต่ก็ยังงุนงงไม่หาย
ลู่เฟิงเหนียนกล่าวต่อ “ในนี้มีเงินทั้งหมด 70 ตำลึง เป็นทรัพย์สินทั้งหมดที่ข้ามี
พวกเจ้าเอาไปคนละ 10 ตำลึง แล้วไปเดิมพันว่าข้าจะยืนหยัดผ่านหกสิบกระบวนท่าของเตียวจื่อหลินได้
ถ้าชนะ พวกเจ้าคืนข้าพร้อมดอกเบี้ย 80 ตำลึง แต่ถ้าแพ้ ข้ารับผิดชอบเองทั้งหมด”
