เจียงเทียนไป๋ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย ยิ่งไม่กล้าพูด
สีหน้าดูแคลนบนใบหน้าลู่เฟิงเหนียนยิ่งเข้มข้นขึ้น เขาถามเสียงเบาว่า “แม่ทัพจ้าวให้เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด?”
เจียงเทียนไป๋ชะงักเล็กน้อยก่อนตอบ “ค่ายเฟยสงแห่งต้าโจวอ้อมไปด้านหลังด่านสือหยาง คอยก่อกวนไปทั่ว แม่ทัพจ้าวสั่งให้ค่ายเซียนเติงของพวกเจ้าออกจากด่านเดี๋ยวนี้ เพื่อสกัดกั้นค่ายเฟยสง”
ลู่เฟิงเหนียนเลิกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย “กลับไปบอกแม่ทัพจ้าวว่า ภายในสามวัน พวกเราจะออกเดินทาง”
เจียงเทียนไป๋รีบกล่าวเสริม “คำสั่งของแม่ทัพจ้าว พวกเจ้าต้องออกเดินทางเดี๋ยวนี้!”
ลู่เฟิงเหนียนหัวเราะเบา ๆ “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าแม่ทัพจ้าวลืมไปเอง ค่ายเซียนเติงของพวกเราเป็นกองทัพอิสระ
ข้าร่วมมือกับการปฏิบัติการของด่านสือหยางได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรับคำสั่ง
ข้าถ่ายทอดคำพูดเรียบร้อยแล้ว เจ้าไปได้”
ผิวหน้าของเจียงเทียนไป๋กระตุก เขาลังเลอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนหันหลังเดินออกจากลานอย่างรวดเร็ว
เพิ่งก้าวข้ามธรณีประตู ลู่เฟิงเหนียนก็เอ่ยเสียงขรึม “เจียงเทียนไป๋ เมื่อกลับไปแล้ว เจ้าควรควบคุมน้องเมียของเจ้าให้ดี
กว่าจะออกมาจากคุกของทหารลาดตระเวนได้ ก็จงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเสียบ้าง
หากตกมาอยู่ในมือผู้บังคับกองอีกครั้ง ผู้บังคับกองจะเอาชีวิตมันแน่ หากเจ้ายังช่วยคนชั่วทำเรื่องเลว ผู้บังคับกองจะจัดการเจ้าด้วย”
เจียงเทียนไป๋ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นหันไปตวาดทหารคนสนิทที่ยังนอนเกลื่อนพื้น “พวกไร้ประโยชน์ ยังนอนแกล้งตายอยู่บนพื้นอีกหรือ? น่าอับอายสิ้นดี!”
ทหารคนสนิททั้งหลายรีบลุกขึ้นยืน แล้วตามหลังเจียงเทียนไป๋ออกจากค่ายเซียนเติงไปอย่างหงอย ๆ
