แท้จริงแล้วจากคำพูดของซูเต๋ออัน ซูชิงก็รู้คำตอบแล้ว แต่ก็ยังอยากถาม
เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองจะผลักไสเธอเข้าไปในกองไฟด้วย
คำถามของซูชิงทำให้ใบหน้าซูเต๋ออันเสื่อมเสียไปชั่วขณะ สายตาหลุบหลบ รู้สึกผิดจนไม่กล้าสบตาซูชิง
ลูกสาวคนโตคนนี้ของเขา ทำให้เขายิ่งเกรงกลัวมากขึ้นทุกปี
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น เมื่อมองสบตาคู่นั้นแล้ว เขาคล้ายเห็นมารดาของซูชิง ทำให้ในใจเขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง อยากหลบหนี
“น้ำเสียงแกนี่มันอะไร พ่อเป็นพ่อแท้ ๆ ของแกนะ เป็นนักโทษหรือไง แกถึงใช้น้ำเสียงแบบสอบปากคำอย่างนี้กับพ่อ”
ซูชิงเย้ยหยัน “พ่อคะ พ่องยังรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อแท้ ๆ ของหนู แล้วทำไมพ่อถึงผลักไสหนูเข้ากองไฟ แล้วตามใจฉินซู่ฉิน ให้ยกหนูแต่งเข้าตระกูลลู่”
หากซูเต๋ออันไม่ยินยอมโดยปริยาย ฉินซู่ฉินก็ทำเรื่องพวกนั้นไม่ได้
อย่างไรเสียเรื่องมันก็ตกลงไปแล้ว ฉินซู่ฉินจึงไม่เสแสร้งอีก “ตระกูลลู่บอกแค่ว่าจะแต่งสาวสกุลซู ไม่ได้ระบุว่าจะแต่งใคร แล้วอีกอย่าง ในตี้จิง ตระกูลลู่แค่กระทืบเท้า ก็ทำให้ทั้งตี้จิงสั่นสะเทือนได้เลยนะ แม่หาสะใภ้ดี ๆ อย่างนี้ให้เธอ เธอควรจะขอบคุณพวกเรานะ”
“ตระกูลลู่ดีขนาดนี้ ทำไมไม่ให้ซูเสวี่ยแต่งเข้าล่ะ” ซูชิงทั้งสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาลงหลายส่วน ก่อนที่เธอจะมานั้นเคยไปที่ตระกูลฉู่
คนตระกูลฉู่บอกเธอว่า ฉู่เทียนอี้ออกไปกับซูเสวี่ย
ชั่วขณะนั้น ซูชิงรู้สึกเหมือนฟ้าถล่ม
ฉู่เทียนอี้ทิ้งเธอไปแล้ว
ฉู่เทียนอี้รู้ว่าเจ้าสาวผิดตัว ทำไมถึงไม่มาหาเธอ
“พอได้แล้ว” ซูเต๋ออันตวาดเสียงเข้ม “เสวี่ยน้อยร่างกายไม่ดี ถ้าให้นางแต่งเข้าตระกูลลู่ แล้วนางจะทนความทุกข์นั้นได้อย่างไร เจ้าเป็นพี่สาว แต่งแทนนางแล้วมันจะเป็นอะไรไป”
ได้ยินดังนั้น ซูชิงจ้องมองซูเต๋ออันอย่างเจ็บปวดใจ ตลอดหลายปีมานี้ เธอใช่ว่าจะไม่รู้ว่าซูเต๋ออันลำเอียง แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่า จะลำเอียงถึงขั้นนี้
“พ่อคะ แม่ของหนูตายไปหลายปีแล้ว พ่อคงจะลืมไปแล้วว่ายังมีหนูเป็นลูกสาว พ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูเอาชีวิตรอดอยู่ในตระกูลซูได้ยังไง แล้วหนูสำเร็จการศึกษาได้ยังไง พ่อก็ไม่รู้ด้วยว่าฉินซู่ฉินน่ะนางทำอะไรกับหนู…”
ซูเต๋ออันโกรธเกรี้ยว “นี่คือแม่ของเจ้า เจ้าพูดว่า’ฉินซู่ฉิน’ ๆ มันเหมือนอะไรกัน”
“แม่ของหนูตายไปนานแล้ว”
ซูชิงมีแววตาเจ็บปวด หลังจากที่แม่ลูกฉินซู่ฉินเข้ามาในตระกูลซู เธอไม่เคยได้ขึ้นโต๊ะกินข้าวเลย ทุกวันมื้อหนึ่งอิ่มมื้อหนึ่งหิว กินแต่ข้าวและกับข้าวที่เหลือ
หลังจากเข้ามัธยมปลาย ค่าเล่าเรียนทั้งหมดล้วนมาจากที่เธอทำงานพิเศษหาเลี้ยงตัวเอง
เธอคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซู แต่กลับมีชีวิตที่สู้หมาไม่ได้
ซูเสวี่ยได้รับรัศมีของคุณหนูตระกูลใหญ่ ใส่ของมียี่ห้อดังไปทั้งตัว เข้าออกไนต์คลับหรูหรา แต่เธอกลับนุ่งเสื้อผ้าขายตามแผงลอย ยัดเยียดกันบนรถไฟใต้ดินและรถเมล์เพื่อไปทำงาน
ทั่วทั้งตี้จิง ก็ไม่มีใครรู้ว่าตระกูลซูยังมีคุณหนูใหญ่ชื่อซูชิง ทุกคนรู้แต่เพียงว่าตระกูลซูมีลูกสาวชื่อซูเสวี่ย
เธอนึกว่าจะได้แต่งงานกับคนที่รัก แล้วจากไปจากตระกูลซูนับแต่นั้น แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกแม่ลูกฉินซู่ฉินวางแผนหลอกใช้
ฉินซู่ฉินยิ้มพูดไกล่เกลี่ย แต่แท้จริงแล้วเติมน้ำมันใส่ไฟ “เต๋ออันจ๊ะ อย่าไปถือสาเสี่ยวชิงเลย ยังไงข้าก็ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของนาง แล้วนางก็ไม่ใช่เพิ่งวันนี้ที่เรียกข้าด้วยชื่อตรง ๆ เรื่องแค่นี้ข้ารับได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่าให้มันทำลายความสัมพันธ์พ่อลูกพวกเจ้าเลย”
“ดูสิ คุณป้าฉินยังพูดแทนเจ้าอยู่เลย” ซูเต๋ออันผิดหวังในซูชิงยิ่งกว่าเดิม “ทางตระกูลลู่มาถอนหมั้นแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องแต่งเข้าไปอีก เรื่องนี้มันจบลงอย่างนี้แล้ว รีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย อย่าอยู่ให้ขายหน้า บริษัทยังมีเรื่องอีก พ่อไปก่อนแล้ว”
ซูเต๋ออันทิ้งคำพูดนี้ไว้ แล้วเดินจากไปทันที โดยไม่แม้แต่จะมองซูชิงสักอีกแวบ
สีหน้าของซูชิงยิ่งเย็นชาขึ้นไปอีก สิบกว่าปีมาแล้ว ซูเต๋ออันไม่เคยใส่ใจในตัวเธอผู้เป็นลูกสาวนี้มานานแล้ว แล้วยังจะพูดเรื่องพวกนั้นไปทำไมกัน
ซูเต๋ออันไปแล้ว ฉินซู่ฉินก็เผยใบหน้าปากร้ายเจ้าเล่ห์ออกมา “อีเด็กเมื่อวานซืนนี่ นึกไม่ถึงเลยนะว่าแกจะกล้าหนีงานแต่ง แล้วหายไปทั้งคืนไม่กลับบ้าน ใครจะรู้ว่าแกไปทำเรื่องเสื่อมเสียที่ไหนมา คุณป้าส่งของขวัญชิ้นใหญ่นี่ให้แก เป็นยังไงบ้าง พอใจไหม”
แววตาของซูชิงเย็นเยียบดุจมีด “ฉินซู่ฉิน แกมันสารเลว ไม่กลัวเวรกรรมตามสนองบ้างหรือไง”
ฉินซู่ฉินยิ้มเยาะอย่างได้ใจ “ลูกสาวข้านั่งตำแหน่งคุณนายน้อยแห่งตระกูลฉู่มั่นคงแล้ว ส่วนแกน่ะ? คู่ควรมาแย่งชิงอะไรกับลูกสาวข้า? ซูชิง เมื่อหลายปีก่อนแกก็อุ้มท้องให้ใครบางคนจนคลอดลูกแล้ว เรื่องนี้ฉู่เทียนอี้ยังไม่รู้เลยสินะ แกคงนึกว่าไม่พูดเรื่องนี้แล้วจะปิดบังตระกูลฉู่พ้นรึ”
ถูกแทงเข้าไปในความลับที่ลึกที่สุดในใจ ใบหน้าซูชิงจึงดูแย่มาก
“ก็พวกแม่ลูกแกนั่นแหละที่วางแผนหลอกใช้ข้า”
ใช่แล้ว ซูชิงเคยคลอดลูกคนหนึ่งเมื่อห้าปีก่อน แต่ลูกคนนั้นเสียชีวิตตั้งแต่แรกคลอด จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นในปีนั้นคือใคร
เรื่องนี้ เธอไม่มีความกล้าจะบอกฉู่เทียนอี้ มันคือฝันร้ายของเธอ ฝันร้ายที่เธออยากจะหลุดพ้น
ฉินซู่ฉินหัวเราะเย็น “ใช่แล้ว แล้วมันจะเป็นอะไร? ต่อให้แกพูดออกไป พ่อของแกก็ไม่เชื่ออยู่ดี ซูชิง ทุกอย่างในตระกูลซูนี้น่ะเป็นของลูกสาวข้า พ่อของแกทิ้งแกไปนานแล้ว”
“จริงสิ บอกอะไรแกอีกอย่างนะ ลูกที่แกคลอดเมื่อปีนั้น มันไม่ได้ตายนะ เป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักมาก”
“อะไรนะ แล้วตอนนี้ลูกของข้าอยู่ที่ไหน” ซูชิงใจสั่นสะท้าน นึกถึงชีวิตน้อย ๆ ที่เติบโตในครรภ์ถึงสิบเดือน หัวใจก็บีบรัดอย่างแรง
“อยากรู้รึ” ฉินซู่ฉินหัวเราะเย็น “คุกเข่าลงอ้อนวอนข้า ข้าถึงจะบอกแก”
“ฉินซู่ฉิน” ซูชิงแทบจะกัดฟันพูดประโยคหนึ่งออกมาจากซอกฟัน “สักวันหนึ่ง ข้าจะคิดบัญชีใหม่เก่าไปพร้อมกับเจ้า”
อย่าว่าแต่เด็กคนนั้นจะมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่เลย ต่อให้มีชีวิตอยู่ ถึงเธอจะคุกเข่าโขกหัวจนตาย ฉินซู่ฉินก็ไม่บอกเธออยู่ดี
……
ร้านอาหารสุ่ยเยว่
ซูชิงดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่า ไม่แตะต้องกับข้าวแม้แต่คำเดียว เธอดื่มไปจนไม่รู้ว่าเท่าไหร่แล้ว ทั้งหัวสมองเลือนลาง เมาจนเป็นกองเละเทะ
เธอนึกถึงความสุขของตัวเองที่ถูกแม่ลูกฉินซู่ฉินทำลายลง นึกถึงฉู่เทียนอี้ที่ทอดทิ้งเธอ อกก็โป่งพอง อัดอั้นจนทรมานใจยิ่งนัก
“ซูชิง อย่าดื่มอีกเลย” อันรั่วแย่งเหล้าจากมือซูชิง เมื่อมองดูท่าทางทุกข์ใจของซูชิง ในใจนางก็ทุกข์ไปด้วย เอ่ยขึ้นอย่างขุ่นเคือง “เรื่องไร้ยางอายอย่างนี้พวกนางมันก็ทำได้ ช่างไร้มนุษยธรรมเสียจริง โชคดีแล้วที่นายไม่ได้แต่งเข้าตระกูลลู่ ไม่งั้นนี่มันก็คือถูกทำลายไปทั้งชีวิต”
อันรั่วเปลี่ยนน้ำเสียง “จริง ๆ แล้ว ถ้าทายาทใหญ่ตระกูลลู่นี้ไม่ใช่พวกอายุสั้น ตำแหน่งฮูหยินน้อยแห่งตระกูลลู่ก็ชนะตระกูลฉู่ขาดลอยไม่ใช่รึไง ต่อหน้าตระกูลลู่ คุณนายน้อยตระกูลฉู่มันเป็นอะไรกันเชียว”
ทายาทใหญ่ตระกูลลู่ประหนึ่งมังกรลึกลับไม่ปรากฏตัวให้เห็นหาง ผู้ที่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงมีน้อยนัก ในแวดวงมีข่าวลือต่าง ๆ นานา
“รั่วรั่ว ใจฉันมันทรมานเหลือเกิน ในสายตาของพ่อฉัน ตัวฉันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เขายอมรับโดยปริยายที่แม่ลูกฉินซู่ฉินทำกับฉัน ผลักไสฉันลงไปในกองไฟ”
ถูกคนในครอบครัวทอดทิ้งและวางแผนทำร้าย ซูชิงจะไม่ทุกข์ใจได้อย่างไร
ที่ทุกข์ใจยิ่งไปกว่านั้นคือจนถึงตอนนี้ เธอก็ยังติดต่อฉู่เทียนอี้ไม่ได้
“เทียนอี้เขาไม่เอาฉันแล้วเหมือนกัน รั่วรั่ว ฉันไม่เหลืออะไรเลย” ซูชิงร้องไห้อย่างเสียใจ
“เธอยังมีฉันอยู่นะ ซูชิง อย่าร้องไห้เลย” อันรั่วทั้งปวดใจทั้งโกรธ “ก็แค่ฉู่เทียนอี้คนเดียว เดี๋ยวฉันหาให้ดีกว่านี้ให้ ฉันรู้จักผู้ชายคุณภาพดีตั้งหลายคน รวยและหน้าตาดีแถมยังโสดอีกนะ ต้องการให้ฉันแนะนำไหม”
ผู้ชายคุณภาพดี…
ในสมองซูชิงก็ปรากฏใบหน้าของชายคนนั้นเมื่อคืนวานขึ้นมาทันที นึกถึงเรื่องเมื่อคืน ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
ทำไมเธอถึงไปนึกถึงชายคนนั้นได้นะ
“ฉันจะโทรนัดให้เธอเดี๋ยวนี้เลย ผู้ชายน่ะ เรื่องใหญ่เสียที่ไหนกัน” พูดแล้วอันรั่วก็ไปโทรศัพท์
ซูชิงที่ดื่มเข้าไปมากซบลงบนโต๊ะ ยื่นมือไปหยิบเหล้า แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยโดยพลัน
ทันใดนั้นเธอก็สร่างเมาลงสามส่วน เดินโซเซไปอย่างรวดเร็ว