"เทียนอี้ เทียนอี้"
เธอจำเป็นต้องได้คำอธิบาย
คนตระกูลฉู่ไม่ใช่บอกว่าฉู่เทียนอี้ออกไปข้างนอกหรอกหรือ
แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้
หรือว่าหลอกเธอ
ซูชิงสกัดฉู่เทียนอี้ไว้ที่หน้าประตูห้องอาหาร รีบร้อนอธิบายเรื่องเมื่อคืนว่า "เทียนอี้ ทั้งหมดนี้เป็นแผนของฉินซู่ฉินกับซูเสวี่ย คุณไปกับฉันไปหาพ่อแม่คุณอธิบาย เปลี่ยนตัวกลับมาเถอะ"
ฉู่เทียนอี้มองซูชิงด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก "สายไปแล้ว"
ซูชิงนิ่งอึ้ง "หมายความว่าไง เทียนอี้ คุณเป็นอะไรไป"
ซูชิงเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดี ฉินซู่ฉินกล้าวางแผนใส่เธอปานนี้ ต้องมีแผนอื่นอีกแน่
ไม่อย่างนั้นฉู่เทียนอี้คงไม่ไม่มาหาเธอ
ฉู่เทียนอี้กวาดตามองรอบด้าน เหมือนกำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง จากนั้นก็จูงซูชิงไปยังที่ที่ไม่มีคน
"ชิงชิง" ฉู่เทียนอี้กอดซูชิงแน่น พูดโดยเบี่ยงประเด็นว่า "ได้ข่าวว่าเธอถูกจับแต่งเข้าตระกูลลู่ ฉันเป็นห่วงทั้งคืน เธอไม่เป็นไรนะ"
ซูชิงคิดถึงเรื่องเมื่อคืน อยากอธิบายอย่างใจร้อน "เทียนอี้ ฉันไม่ได้..."
กระดาษย่อมห่อไฟไม่อยู่ ซูชิงรู้ดีว่า ความลับพวกนั้นของเธอ ฉู่เทียนอี้รู้เข้าสักวัน
เธอกำลังคิดจะอธิบายอย่างไร ฉู่เทียนอี้กลับขัดขึ้นว่า "ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ชิงชิง ลำบากเธอแล้ว รอให้ฉันได้สิทธิ์สืบทอดตระกูลฉู่ ครอบครองตระกูลฉู่อย่างเบ็ดเสร็จก่อน ฉันจะแต่งกับเธอแน่นอน"
"เทียนอี้ คุณหมายความว่าไง" ซูชิงมึนงง
"ชิงชิง เมื่อคืนตอนฉันรู้ตัวว่าเจ้าสาวไม่ใช่เธอ มันก็สายไปแล้ว" ฉู่เทียนอี้พูดด้วยความรู้สึกผิด "ซูเสวี่ยสัญญาจะช่วยฉันแย่งตำแหน่งทายาท เธอวางใจเถอะ ขอแค่ฉันคุมตระกูลฉู่ได้ ฉันจะหย่าซูเสวี่ย แต่งกับเธอ ให้เธอเป็นภรรยาฉันแน่"
ชั่วขณะนั้น ซูชิงรู้สึกว่าชายตรงหน้านี้ช่างแปลกหน้าเหลือเกิน
เธอไม่ใช่คนโง่
ฉู่เทียนอี้ก็แค่ลูกนอกสมรสของตระกูลฉู่ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแข่งตำแหน่งทายาทตระกูลฉู่ด้วยซ้ำ
ที่แท้ ซูเสวี่ยถึงกับสัญญาจะช่วยฉู่เทียนอี้ยึดอำนาจ
ซูชิงไม่อยากคิดว่าทำไมฉู่เทียนอี้ถึงแน่ใจว่าซูเสวี่ยช่วยได้ มองหน้าฉู่เทียนอี้ ใจเจ็บเหมือนถูกมีดกรีด
"เพื่อตำแหน่งทายาท นี่คือเหตุผลที่คุณทิ้งฉันงั้นหรือ"
"ชิงชิง จะเรียกว่าทิ้งได้ยังไง ฉันก็เพื่ออนาคตของเรา ฉันอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอ เธอต้องรู้ไว้ว่า ฉันรักเธอมาตลอด แต่ใครใช้ให้เธอช่วยฉันไม่ได้เล่า ซูเสวี่ยช่วยฉันได้" ฉู่เทียนอี้จับไหล่ซูชิงไว้ พูดว่า "เธอให้เวลาฉันหนึ่งปี... ไม่ แค่ครึ่งปี ฉันจะแต่งกับเธอแน่"
ซูชิงเจ็บปวดใจเหลือเกิน นี่คือผู้ชายที่เธอรักมาหนึ่งปี เพื่ออำนาจวาสนา กลับทอดทิ้งเธอ
ซูชิงเอามือฉู่เทียนอี้ออก น้ำเสียงและท่าทีเย็นชา "ไม่ต้องแล้ว ฉู่เทียนอี้ ฉันตาบอดจริง ๆ หนึ่งปีนี้ ฉันมองคนผิดไป"
ต่อให้ซูชิงเตรียมใจไว้แล้วว่าจะถูกทิ้ง แต่เมื่อรู้ว่าเหตุผลที่ถูกทิ้งคือเธอช่วยเขาไม่ได้ เธอก็ยังรับไม่ไหว
"ชิงชิง..." ฉู่เทียนอี้กำลังจะง้ออีกครั้ง แต่มองเห็นซูเสวี่ยเดินมา จึงรีบถอยห่าง ทัศนคติพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ "ฉันกับเสี่ยวเสวี่ยเป็นสามีภรรยากันแล้ว ซูชิง เธอนี่หน้าด้านจริง ๆ ถึงมายั่วยวนสามีน้องสาวตัวเอง"
ซูชิงตะลึง แล้วก็เห็นซูเสวี่ยเช่นกัน ก็เข้าใจทุกอย่าง
เธอยิ้ม เป็นยิ้มเยาะ และก็เย้ยตัวเอง
เธอซูชิงนี่ตาบอดจริง ๆ
"เทียนอี้ ที่แท้คุณอยู่ที่นี่เอง" ซูเสวี่ยย่างสามขุมเข้ามาอย่างได้ใจ ควงแขนฉู่เทียนอี้อย่างเป็นธรรมชาติและสนิทสนม ยั่วยุซูชิงอย่างไม่มีรูป "อ้าว พี่สาว อยู่ที่นี่เหมือนกันนะ ดื่มเหล้าเข้าไปตั้งเท่าไหร่"
ซูชิงไม่แม้แต่มองซูเสวี่ย มองฉู่เทียนอี้ด้วยความผิดหวังเต็มเปี่ยม
ฉู่เทียนอี้ไม่กล้าสบตาซูชิง เบือนหน้าหนี
ซูชิงมองฉู่เทียนอี้อย่างเจ็บปวด ยิ้มเยาะ "น้องเขย ฉันขอให้สมหวังนะ"
สายตาซูชิงทำให้ฉู่เทียนอี้รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า แสบร้อนขึ้นมา
"พอได้แล้ว ซูชิง เธอจะสร้างเรื่องไปถึงเมื่อไหร่" ฉู่เทียนอี้หมดความอดทน ตวาดขึ้น "ดีแล้วที่ไม่ได้แต่งกับเธอ ไม่งั้นฉันต้องเสียใจแทบตาย ภรรยาฉันฉู่เทียนอี้จะเป็นหญิงบ้านนอกท่าทางซกมกแปดเปื้อนเหล้าแบบเธอได้ยังไง จำใส่หัวไว้ ฉันคือสามีของเสี่ยวเสวี่ยตอนนี้ อย่าต่ำทรามอีกเลย"
ทิ้งคำพูดนี้ ฉู่เทียนอี้ก็หันหลังเดินจากไป
ซูชิงจ้องแผ่นหลังของฉู่เทียนอี้ที่เดินจากไป ตาแสบร้อนอย่างแรง แต่ก็ยังดันทุรังให้น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมา
น้ำตานี้จะเป็นเพียงหยดเดียวของเธอซูชิง ถือว่าเป็นการไว้อาลัยให้กับความรักที่มอบผิดคนตลอดปีนั้น
นับจากนี้ เธอจะไม่หลั่งน้ำตาให้ฉู่เทียนอี้อีกเลยแม้แต่หยดเดียว
ซูเสวี่ยมองหน้าซีดเซียวของซูชิงแล้วยิ้ม "แย่งผู้ชายกับฉัน ซูชิง เธอน่ะคู่ควรหรือ หน้าไหนถึงคู่ควรกับฐานะคุณนายน้อยตระกูลฉู่ เธอน่ะคู่ควรกับไอ้ขาลีบหน้าตาขี้เหร่อายุสั้นนั่นต่างหาก น่าเสียดาย ตระกูลลู่ถึงปล่อยเธอง่าย ๆ แบบนี้"
"ซูเสวี่ย" ซูชิงกัดฟันพูด "ต่อหน้าฉัน เธอจะหยิ่งผยองมาจากไหนกัน ฉันสิเป็นคุณหนูตระกูลซูผู้สง่างาม เธอเป็นแค่ลูกของเมียน้อย แม่เธอเป็นเมียน้อย เธอก็เป็นเมียน้อย ใช่แล้ว ฉู่เทียนอี้ก็เป็นลูกนอกสมรส ลูกนอกสมรสคู่กับลูกนอกสมรส พวกเธอนี่ช่างเป็นคู่ที่ฟ้าประทานจริง ๆ"
ซูชิงในอดีตต่อให้โกรธกว่านี้ก็ไม่พูดจาหยาบคายเช่นนี้
ซูเสวี่ยโกรธจนหน้าคล้ำเขียว "ซูชิง เธอลองพูดอีกทีสิ แม่เธอน่ะแหละเมียน้อย พ่อรักแม่ฉันก่อน แม่เธอต่างหากที่แย่งชิง เธอกับแม่เธอน่ะสารเลวทั้งคู่ เธอยิ่งหน้าด้าน ถึงแย่งผู้ชายกับฉัน"
ซูเสวี่ยโกรธจนลงมือกระชากตีซูชิง
ซูชิงก็สู้สุดตัว เธอถูกกดขี่ทารุณที่ตระกูลซูมานานกว่าสิบปี และตอนนี้ก็ถูกแม่ลูกคู่นี้วางแผนอีก ความโกรธในใจระงับไม่ไหวแล้ว
ซูชิงถกแขนเสื้อขึ้นสู้กลับอย่างไม่ย่อท้อ
ซูชิงไม่รู้เลยว่า ภาพนี้กำลังตกอยู่ในสายตาของบุรุษในรถที่จอดไม่ไกลพอดี
ลู่หรงยวนมองซูชิงที่ขี่อยู่บนตัวซูเสวี่ยแล้วซัดเต็มแรง มุมปากยกยิ้ม
ภรรยาของเขาผู้นี้ ไม่ใช่คนที่จะยอมให้รังแกง่าย ๆ เลยนี่นา
……
ซูชิงต่อสู้อย่างสาสมใจ การต่อสู้เป็นความถนัดของเธอ ซูเสวี่ยผู้บอบบางจะเป็นคู่ต่อกรของเธอได้อย่างไร
ซูชิงตีจนหมดแรง ลุกขึ้นจากตัวซูเสวี่ย ยืดเส้นยืดสาย มองซูเสวี่ยที่อยู่บนพื้นอย่างสูงต่ำ ยิ้มเยาะ "ฉันว่าคุณนายน้อยตระกูลฉู่ของเธอนั่งไม่ค่อยมั่นคงนัก ฉู่เทียนอี้ก็ไม่ได้เห็นเธอสำคัญ ซูเสวี่ย สิ่งที่ได้มาด้วยแผนร้าย ฉันจะรอดูว่าเธอรับไหวไหม"
ซูเสวี่ยจมูกบวมตาปูด ผมเผ้ากระเซิงเหมือนหญิงบ้า ไร้ภาพพจน์ เสื้อผ้าถูกดึงยับ
ตรงกันข้ามกับซูชิงที่แม้แต่เส้นผมก็ไม่ยุ่ง
ซูเสวี่ยเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ กรีดร้องดังลั่น "ซูชิง ไอ้บ้า ฉันไม่จบกับเธอแน่"
"งั้นฉันก็จะรอ" ซูชิงจัดเสื้อผ้าเล็กน้อย ยืดหลังตรง
เธอกับซูเสวี่ยมีเรื่องค้างใจกันมานานกว่าสิบปีแล้ว ไม่ขาดเรื่องแย่งผู้ชายนี่หรอก
การต่อสู้ครั้งนี้กลับยิ่งทำให้ในใจสบายขึ้นมาก
แผนของฉินซู่ฉินกับซูเสวี่ยไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ซูชิงเจ็บปวดที่สุด
เรื่องเลวร้ายเมื่อคืน ก็ไม่ได้ทำให้เธอโกรธนัก สิ่งที่ทำให้เธอทุกข์ใจที่สุดคือโฉมหน้าที่แท้จริงของฉู่เทียนอี้
คนที่เธอเต็มใจด้วยความสุขที่อยากแต่ง กลับกลายเป็นน้องเขยในพริบตา แถมยังเผยใบหน้าที่น่าขยะแขยง เพื่ออำนาจ ทิ้งเธออย่างไม่ไยดี
ความรู้สึกที่เธอให้คุณค่า ในสายตาฉู่เทียนอี้ กลับเป็นสิ่งที่สละทิ้งได้
ฤทธิ์เหล้าขึ้นสมอง ซูชิงเดินโซเซ เธอปกตินั่งรถเมล์กับรถไฟใต้ดิน วันนี้ขอฟุ่มเฟือยสักครั้ง เรียกรถแท็กซี่
ซูชิงมึนหัว โงนเงน นั่งรอรถอยู่ข้างทาง
ไม่นานนัก มีรถคันหนึ่งมาจอดข้างเธอ
ซูชิงเมาจนมึน มองไม่ชัด คิดว่าเป็นแท็กซี่ เปิดประตูรถก้าวเข้าไป "คนขับ ไปหมู่บ้านฮวาหม่านถิง ขอบคุณค่ะ"
พูดจบ ซูชิงก็ล้มตัวลงนอนบนเบาะ เมาจนไม่ได้สติ
ลู่หรงยวนมองซูชิงที่เบาะหลัง แววตาล้ำลึกกลับปรากฏความเอ็นดูที่หาได้ยากยิ่ง
รถแล่นไปได้ครึ่งทาง ซูชิงร้องโวยวาย "หยุดรถ ฉันจะอ้วก"
ลู่หรงยวนรีบหาที่จอด คิดจะประคองเธอลงจากรถ แต่เธอกลับไม่อ้วกเสียแล้ว มองลู่หรงยวนด้วยสายตาลอยพร่า "ผู้ชายนี่ไม่เคยดีสักคน"
ลู่หรงยวน "……"
เห็นเธอเมาจริง ลู่หรงยวนกำลังจะพูด แต่จู่ ๆ เธอก็อ้วกพรวดออกมา...
เสื้อผ้าลู่หรงยวนเปื้อนของสกปรกไปหมด กลิ่นเหม็นตลบอบอวล
ลู่หรงยวนผู้รักสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ หน้ามืดทันที