ซูชิงรู้สึกว่าเส้นเลือดของตัวเองกำลังจะแตก
จิตใจของฉินซู่ฉินช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว เธอแค่กินไปเพียงเล็กน้อย กลับทรมานถึงเพียงนี้ หากกินหมดคงเส้นเลือดแตกตายไปนานแล้ว
ซูชิงทั้งหัวสมองพร่าเลือน ร่างกายเหมือนล่องลอยอยู่บนเมฆา คล้ายเดินทางในทะเลทราย เธอกระหายยิ่งนัก รู้สึกราวกับจะขาดใจตายเพราะความกระหาย
"ร้อน กระหายน้ำ น้ำ ขอน้ำ..."
ซูชิงร้อนกระหายจนทนไม่ไหว แทบอยากแช่ตัวในถ้ำน้ำแข็ง
"ฉันพาคุณไปโรงพยาบาล"
ชายหนุ่มมองปราดเดียวก็รู้ว่าซูชิงอยู่ในสภาพเช่นไร
"ช่วยฉันด้วย! ฉันยอมทุกอย่าง" ซูชิงจับมือชายหนุ่มไว้ เธอรู้ดีแก่ใจ ณ ที่เปลี่ยวร้างไร้ผู้คนแห่งนี้ หากไม่อยากตายก็ได้แต่วิงวอนให้ชายตรงหน้าช่วยเหลือ
"อดทนอีกสักครู่"
ชายหนุ่มคิ้วเฉียบคล้ายกระบี่ขมวดแน่น ปกติเขาไม่เคยสอดมือยุ่งเรื่องคนอื่น หากเป็นเมื่อก่อนคงจับคนโยนลงจากรถไปแล้ว แต่มองดูสีหน้าทรมานของซูชิง ไม่รู้เหตุใด เขาพลันเกิดความเมตตาสงสารขึ้นมา
"ขอบคุณ"
ซูชิงกล่าวเรียบง่ายตามที่ใจคิด ที่จริงในห้วงขณะนั้น เธอมิได้คิดอะไรมากมาย หรือไตร่ตรองว่าชายตรงหน้าจะทำมิดีมิร้ายต่อเธอหรือไม่
เธอมีเพียงความคิดเดียว คือต้องมีชีวิตอยู่
ซูชิงร้อนรนคว้ามือชายหนุ่มไว้แน่น กำไว้ไม่ยอมปล่อย กระวนกระวายจนน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น "ฉันไม่อยากตาย!"
ชายหนุ่มหรี่ตายาวแคบลงเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ "วันนี้คุณโชคดี ไม่ตายหรอก"
ยามนี้เธอราวกับปลาเกยหาดทราย นอนอยู่เบาะหลัง ใบหน้าแดงเรื่อ ทรงเสน่ห์ยั่วยวนใจ
ร่างชายหนุ่มแข็งค้างไปชั่วขณะ ช่างเป็นบททดสอบอันหฤโหดยิ่งนัก
แววตาชายหนุ่มมืดล้ำลึกขึ้น เสียงทุ้มพร่าแหบ "ผู้หญิง จำให้ดี ผมคือลู่หรงยวน วันนี้คุณเป็นหนี้บุญคุณผม วันหน้าผมจะมาทวงคืนเอง"
สติของซูชิงเลอะเลือนไปนานแล้ว ไม่มีเวลาเหลือให้ไตร่ตรองคำพูดของอีกฝ่ายเลย
ลู่หรงยวนสตาร์ทรถ มุ่งตรงไปโรงพยาบาลในเครือลู่ซือกรุ๊ป ส่งซูชิงให้แพทย์ดูแล
ค่ำคืนนี้ ซูชิงฝันหวานซึ้งถึงคืนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาเที่ยงของอีกวันแล้ว
ความทรงจำเมื่อคืนก่อนหลั่งไหลท่วมหัวสมอง เมื่อมองเห็นแจ่มชัดว่าตนอยู่ที่ไหน ปลายจมูกพลันรื้นขึ้นมา เธอแทบอยากจะร้องไห้
ชีวิตปลอดภัยแล้ว แต่เธอกับฉู่เทียนอี้ไม่มีทางเป็นไปได้อีก
ซูชิงสังเกตเห็นชายหนุ่มที่นอนซบหลับอยู่ข้างเตียงข้าง ๆ นั่นเป็นชายที่รูปงามยิ่งนัก กระทั่งเธอที่เป็นหญิงยังอดทึ่งในโฉมหน้าไม่ได้
ใบหน้าคมคายล้ำลึก สันกรามชัดเจน คิ้วเฉียบดุจกระบี่ สันจมูกโด่งเป็นสัน
สายตาเลื่อนต่ำลง แตะที่แขนกำยำแข็งแรงของชายหนุ่ม กล้ามเนื้อเป็นมัดเด่นชัด กล้ามบาง ๆ เพียงมองก็รู้ว่าแฝงพละกำลังยิ่ง
เมื่อคืนในสภาพเช่นนั้น ชายคนนี้กลับพาเธอส่งโรงพยาบาล ไม่ได้ล่วงเกินเธอเลย
คิดถึงตรงนี้ ใบหน้าซูชิงก็ร้อนผ่าวขึ้นฉับพลัน
เธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ!
หรือว่าจะคาดหวังให้เกิดอะไรขึ้น?
บ้าไปแล้วแน่ ๆ
เห็นชายหนุ่มยังไม่ตื่น ซูชิงยันตัวลุกขึ้นนั่ง พลันชายหนุ่มก็ตื่นขึ้นเสียเฉย ๆ
"ผู้หญิงอกตัญญู ผมช่วยชีวิตคุณไว้ คุณคิดจะแอบหนีไปเงียบ ๆ งั้นหรือ?"
ลู่หรงยวนยืดเส้นยืดสายอย่างเกียจคร้าน มองซูชิงอย่างยิ้มแย้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่
เขาตื่นนานแล้ว
หากไม่ "ตื่น" เสียที อีกเดี๋ยวคนก็หนีไปแล้ว
"เมื่อคืนคุณติดหนี้บุญคุณผมไว้หนึ่งอย่าง คุณคิดจะไม่ยอมรับหรือ?"
"ฉะ ฉันเปล่านะ..." ซูชิงถึงกับอ้ำอึ้งชั่วขณะ เมื่อคืนเธอเป็นฝ่ายไปหาเรื่องคนอื่นเอง แต่มองแววตากล่าวหาในดวงตาคมนั้น ก็พลันรู้สึกผิดขึ้นมา "เมื่อคืนนี้ขอบคุณนะ..."
"นั่นเป็นครั้งแรกของผมนะ คำว่า 'ขอบคุณ' ง่าย ๆ คิดจะลบล้างกันไปอย่างนี้เลยหรือ?" ลู่หรงยวนมองซูชิงด้วยแววตาเว้าวอน ตัดบทข้ออ้างต่อจากนี้ของเธอจนสิ้นเชิง
"ครั้งแรกอะไร?"
น้ำเสียงนั่น ราวกับว่าสองคนมีอะไรกันอย่างไรอย่างนั้น
"นี่เป็นครั้งแรกที่ผมยุ่งเรื่องคนอื่น"
ซูชิง "..."
"นอกจากการยอมพลีกายให้ หรือการฆ่าคนวางเพลิง ฉันยอมได้ทุกอย่าง"
เธอคิดว่าตนเสนออย่างจริงใจมากพอแล้ว
ทว่า สีหน้าของชายหนุ่มกลับดำคล้ำลงทันใด เธอจึงอธิบายอีกว่า "แม่เลี้ยงฉันอยากจับฉันแต่งกับคนขาเป๋ หน้าตาพิกลพิการ ใกล้จะตาย ฉันยอมตายก็ไม่ยอมแต่งไปเด็ดขาด เมื่อคืนเหตุการณ์ฉุกเฉิน ยังไงก็ขอบคุณมากจริง ๆ"
นางมองว่าชายตรงหน้ารูปหล่อเหลา สง่างาม เป็นสุภาพบุรุษถึงเพียงนี้ ก็คงไม่ได้หมายตานางจนถึงขั้นจะเอาเรื่องยอมพลีกายให้แต่งตอบแทนหรอก
ลู่หรงยวนมุมปากกระตุก
ยอมตายก็ไม่แต่ง?
มองสีหน้าลุกลี้ลุกลนของซูชิง ลู่หรงยวนก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "เมื่อคืนเป็นวันแต่งงานของผมแท้ ๆ ถูกคุณเข้ามาวุ่นวายเสียอย่างนี้ เจ้าสาวก็คงแต่งไม่สำเร็จแล้ว คุณต้องชดใช้เจ้าสาวให้ผม"
"หา? ขอโทษด้วย ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเมื่อคืนคุณก็แต่งงานเหมือนกัน" ซูชิงรู้สึกผิดมาก แต่นี่จะให้นางชดใช้เจ้าสาวให้ มันก็เกินไปหน่อยไม่ใช่หรือ?
พวกเธอนี่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก ยังไม่สนิทเลย
"ฉะ ฉัน ฉันขอโทษจริง ๆ..."
"ช่างเถอะ คุณก็สวยขนาดนี้ อีกอย่างดูชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ สง่าราคาแพงยิ่ง คงมองไม่เห็นหัวคนจน ๆ อย่างผมหรอก" ลู่หรงยวนแววตาหมองลง น้ำเสียงเจือความอาดูรยิ่ง
ซูชิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฐานะครอบครัวอีกฝ่ายเป็นเช่นไร จะรังเกียจได้อย่างไร?
ทว่า พอเห็นท่าทีถ่อมตนของอีกฝ่าย ใจพลันถูกทิ่มแทงขึ้นมา จึงโพล่งออกไปว่า "ฉันจะตอบแทนบุญคุณเอง"
ลู่หรงยวนยิ้มออกมา คว้ามือซูชิงไว้ "เช่นนั้นเดี๋ยวคุณไปกับผม ไปพบท่านพ่อท่านแม่ของผม"
"ตอนนี้ไม่ได้" ซูชิงดึงมือกลับมาอย่างกระอักกระอ่วน "ฉันยังมีธุระ ฉันจะทิ้งเบอร์โทรไว้ให้ แล้วเราค่อยติดต่อกันภายหลัง"
ตอนนี้เธอจำต้องกลับไปบ้านสกุลซูสักครั้ง
"เช่นนั้นผมจะรอคุณกลับมา" ลู่หรงยวนก็ไม่หยอกล้อเธอต่ออีก
ซูชิงทิ้งเบอร์โทรไว้ชุดหนึ่งแล้วก็ไป ในความเร่งรีบ เขียนผิดไปหนึ่งตัวโดยไม่รู้ตัว
ลู่หรงยวนมองตามแผ่นหลังของซูชิง สายตาเต็มไปด้วยความสนอกสนใจแรงกล้า
ลู่หรงยวนเหลือบมองเครื่องประดับศีรษะที่หล่นอยู่บนเตียงคนป่วย มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ลู่หรงยวนกดรับ
"เจ้าสาวหนีไประหว่างทาง เจ้าบ่าวก็หายเงียบไปทั้งคืน นายท่าน เมื่อคืนคุณไปทำอะไรมา ยังมีเรื่องใดสำคัญกว่าแต่งเมียอีก"
"ก็อยู่กับเจ้าสาวน่ะสิ!" ในแววตาของลู่หรงยวนปรากฏแววอ่อนโยนที่หาชมได้ยากยิ่ง
เขาเองก็คาดไม่ถึง เจ้าสาวของตัวเองหนีงานแต่งกลับมาอยู่ในมือเขาเอง
คำพูดเรียบง่ายปราศจากน้ำหนักของลู่หรงยวนสร้างความตะลึงให้กับว่านหยางที่ปลายสายอยู่พักใหญ่กว่าจะได้สติ
"นายท่าน ล้อกันเล่นน่า นี่เจ้าสาวก็หนีไปแล้วนะ อ้อใช่ สกุลซูนี่ใจกล้านัก ท่านจะแต่งกับซูเสวี่ยคุณหนูรองแห่งสกุลซู แต่สกุลซูกลับส่งตัวซูชิงคุณหนูใหญ่ที่ไร้ความโปรดปรานมาแทน ซูเสวี่ยแต่งเข้าสกุลฉู่ไปแล้ว"
ขอเพียงเป็นคนฉลาด คิดเพียงเล็กน้อย ก็รู้ได้ว่าเรื่องราวเป็นเช่นไร
ว่านหยางพูดในโทรศัพท์อีกว่า "นายท่าน ท่านผู้เฒ่าบอกว่าให้รอท่านกลับไปจัดการ"
"ให้คนไปถอนหมั้นที่สกุลซู"
ลู่หรงยวนนิ่งคิดแล้วเสริมอีกประโยค "ไม่จำเป็นต้องหาเรื่อง"
"นายท่าน สกุลซูเล่นไม่ซื่อถึงขั้นนี้ เมียท่านก็ถูกไอ้หนุ่มสกุลฉู่นั่นแต่งเอาไปแล้ว จะกล้ำกลืนยอมได้อย่างไร?"
ว่านหยางประหลาดใจยิ่ง ไม่เหมือนนิสัยนายท่านเลยนี่
สองความแค้นใหญ่ที่สุดในโลก คือแค้นแย่งภรรยา กับแค้นฆ่าพ่อ
"พูดมากนัก รีบไปจัดการถอนหมั้นเดี๋ยวนี้"
ว่านหยางเอ่ยเตือนในโทรศัพท์ "นายท่าน ท่านมีแต่ภรรยาตายจาก ไม่มีทางถอนหมั้นหรือหย่าร้างนะขอรับ ท่านมีภรรยา 'ตาย' ไปแล้วสามคน ถ้าคนนี้ถอนหมั้นกลับไป ถูกพวกบ้านสกุลลู่จับพิรุธได้ ก็ล้มเหลวเสียเปล่า"
ลู่หรงยวนนิ่งเงียบไปหลายอึดใจ "คนนี้ไม่ต้อง 'ตาย' แล้ว"
"นายท่าน ท่านมีแผนการใหม่อีกแล้วหรือ?" ว่านหยางมืดแปดด้าน ตกตะลึงยิ่งนัก
ลู่หรงยวนเปลี่ยนเรื่อง "หาเรื่องเตรียมรถราคาถูก ๆ ให้ผมหน่อย"
"นายท่าน ท่านจะทำอะไร?"
"จีบเมีย"
……
ซูชิงเพิ่งถึงหน้าประตูบ้านสกุลซู ก็เห็นซูเต๋ออันกับฉินซู่ฉินกำลังยืนส่งชายวัยกลางคนด้วยท่าทีเคารพยำเกรงอยู่หน้าประตู
คนผู้นี้คือคนที่สกุลลู่ส่งมาถอนหมั้น
สกุลลู่แรกอยู่ ๆ ก็จะแต่งหญิงสกุลซู ตอนนี้อยู่ ๆ ก็มาถอนหมั้น เจ้าสาวหนีไปแล้ว สกุลลู่กลับไม่มีทีท่ายุ่งยากใด ๆ ซูเต๋ออันถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
คนนั้นขึ้นรถจากไปแล้ว ซูเต๋ออันเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก หันมาตวาดซูชิงเสียงกร้าว "ซูชิง ดูเรื่องดีที่แกทำเข้าไป ยังมีหน้ากลับมา คราวนี้ถ้าสกุลลู่ไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ สกุลซูก็เตรียมล้มละลายได้เลย"
ซูชิงมองซูเต๋ออันด้วยสีหน้าเย็นชาเรียบเฉย เอ่ยถามเสียงเยียบ "พ่อคะ เรื่องเมื่อคืนนี้ พ่อรู้หรือเปล่าคะ?"