“ของพังอะไรเนี่ย?” อีเกิ้ลอายทำหน้าหยามเหยียด
ปืนในเกมเสมือนจริงที่เขาเคยจับมา ถึงไม่หมื่นก็แปดพัน
แม้แต่ในเกมโบราณพวกนั้น ปืนก็ยังเป็นงานศิลปะอุตสาหกรรมใหม่เอี่ยม
แต่ของในมือเนี่ยนะ?
ลูกเลื่อนขึ้นสนิม ปลอกลำกล้องสึกจนขาวซีด พานท้ายไม้มีคราบเลือด นี่จะเอาไว้ต้อนผู้เล่นงั้นเหรอ?
สงสัยคงตั้งใจให้อาวุธกาก ๆ มา แล้วให้ผู้เล่นเจอทางตันจนต้องเติมเงินซื้ออาวุธล่ะมั้ง!
ข้อมูลในหน้าต่างระบบยิ่งแล้วใหญ่
【ไอเทม: ปืนฮั่นหยางรุ่นเก่าคร่ำครึ】
【คุณภาพ: ชำรุด】
【ความแม่นยำ: คลาดเคลื่อนสูงมาก】
【กระสุนคงเหลือ: 3 นัด】
【หมายเหตุ: อายุของมันแก่กว่าปู่ของนายอีก แต่เกลียวลำกล้องที่เกือบสึกหรอจนหมด ก็ยังคงกระหายการต่อสู้!】
“ปืนฮั่นหยาง? อายุแก่กว่าปู่ฉันอีก?”
อีเกิ้ลอายหัวเราะในลำคอแล้วบ่นกับไลฟ์สด
“พวกมึง ดีไซเนอร์นี่สมองฝ่อหรือไง?”
“เปิดมาให้ขยะอุตสาหกรรมแบบนี้? นี่จะให้กูโชว์เทคนิคได้ไง?”
ในแชทพากันเห็นด้วย เพิ่งเคยเจออาวุธมือใหม่กาก ๆ แบบนี้เหมือนกัน
“ปืนนี่ดูแล้วยิงนกยังไม่ตายเลย”
“กระสุน 3 นัด? พี่อีเกิ้ลอายปกติออกไปเล่นแม้แต่ยกปืนพก ยังต้องพกแม็กสำรองสองอันเลยนะ?”
“ความยากนี่ไม่สมเหตุสมผลเลย ตั้งใจจะแกล้งผู้เล่นชัด ๆ”
เพื่อพิสูจน์ว่าปืนกระบอกนี้คือเศษเหล็ก อีเกิ้ลอายช่ำชองดันลูกเลื่อนปืน
เสียงดังกรอบแกรบ แห้งฝืดแสบแก้วหู
“ฟังเสียงนี่สิ”
อีเกิ้ลอายส่ายหัว จ้อง ๆ แล้ววางท่าประเมินแบบมือโปร
“น้ำมันหล่อปืนยังไม่หยอดเลย สลักยิงคงขึ้นสนิม”
“สภาพดูแลแบบนี้ โอกาสลำกล้องระเบิดมีอย่างน้อย 30%”
อีเกิ้ลอายไม่สนใจใคร ยกปืนขึ้นจะยิงทดสอบสักนัด เพื่อโชว์ให้เห็นแรงดีดถอยหลังห่วย ๆ ของปืนกระบอกนี้
“ดูดี ๆ นะ กูจะโชว์ให้พวกมึงดูสิ่งที่เรียกว่า เครื่องยิงลายเส้นมนุษย์”
อีเกิ้ลอายหรี่ตา นิ้วเกี่ยวเข้าที่ไกปืน
“แปะ”
เสียงเบา ๆ ดังหนึ่งที
เข็มแทงชนวนกระทบลงบนท้ายกระสุนอย่างไร้แรง
กลายเป็นปืนลั่นไม่ดังเสียอย่างนั้น
ซ้ำร้าย เมื่ออีเกิ้ลอายพยายามจะดันลูกเลื่อนคัดปลอกกระสุนอีกครั้ง กระสุนนัดนั้นกลับเชื่อมตายอยู่ในรังเพลิง ถอยออกมาไม่ได้เลย
กระสุนติดลำกล้องอย่างมั่นคง
ท่ามกลางพายุหิมะ อีเกิ้ลอายคงท่ายกปืนไว้ ตัวแข็งค้าง
ไลฟ์สดหัวเราะเยาะทันที
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! พี่อีเกิ้ลอายพังไม่เป็นท่าแล้ว!”
“นี่คือที่เขาเล่าลือกันว่า นอกจากโชคล้วน ๆ ก็มีเทคนิคล้วน ๆ เหรอ?”
“ตลกฉิบ เปิดมากระสุนติด นี่เกมมันตั้งใจเล่นมึงแน่!”
อีเกิ้ลอายขึ้นสีทันที ขายหน้าจนโมโหแล้วเล่นใหญ่เรียกเรตติ้ง
“เกมห่านอะไร! ปืนเชี่ยนี่!”
อีเกิ้ลอายเหวี่ยงปืนฮั่นหยางในมือลงบนพื้นหิมะ แล้วด่าอย่างเกรี้ยวกราด
“ปืนแบบนี้? เอา AK มาให้กูยังดีกว่าอีก!”
“ดีไซเนอร์ออกมาหน่อย Bug นี้จะแก้มั้ย?!”
อีเกิ้ลอายเหวี่ยงครั้งนี้ใช้แรงทั้งหมด
ปืนไรเฟิลหนักหน่วงกระแทกลงบนพื้นน้ำแข็งแข็ง ๆ
“นายจะทำบ้าอะไร?!”
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดปนเสียงสะอื้นปะทุขึ้นทันใด
นักรบตัวเล็กที่สุดในหน่วยกระโจนเข้ามา
นักรบน้อยดูอายุราวสิบสี่สิบห้า ทุกคนเรียกเขาว่า “เสี่ยวโต้วจึ”
เสี่ยวโต้วจึคุกเข่าสองข้างลงกับพื้น รีบพุ่งตัวเข้าไปหาปืนไรเฟิลที่ถูกอีเกิ้ลอายขว้างทิ้ง
แล้วหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
จากนั้นเสี่ยวโต้วจึใช้ปลายแขนเสื้อสำลีขาดวิ่น เช็ดน้ำหิมะบนตัวปืนอย่างบ้าคลั่ง
“อย่าโดนน้ำเชียวนะ อย่าโดนน้ำเด็ดขาด...”
เสี่ยวโต้วจึพร่ำปนเสียงสั่นพลางน้ำตาเม็ดใหญ่ ๆ ไหลร่วงพรืด ๆ
อีเกิ้ลอายงงกับภาพตรงหน้า
“ถึงขั้นนั้นเลยเหรอ? แค่โค้ดข้อมูลชุดหนึ่ง” อีเกิ้ลอายเข้าใจไม่ได้ “พังก็ให้ระบบรีเซ็ตสิ”
“หุบปาก!” เสี่ยวโต้วจึเงยหน้าขึ้นฉับพลัน
ดวงตาที่เคยใสซื่อและขี้กลัวคู่นั้น บัดนี้เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดุดัน
อีเกิ้ลอายสะดุ้งกับแววตาปกป้องของของรักของเสี่ยวโต้วจึ
นี่ นี่เป็น NPC จริง ๆ เหรอ?
ความโกรธแค้นแบบนั้น ความปวดใจแบบนั้น สมจริงเกินไป
เสี่ยวโต้วจึพลางใช้อุณหภูมิกายให้ความอบอุ่นกับลูกเลื่อนปืนที่ติดค้าง พลางตะเบ็งเสียงสะอื้น
“นี่คือของที่ผู้กองทิ้งไว้!”
“เพื่อจะแย่งปืนกระบอกนี้ ผู้กองโดนปืนกลของพวกศัตรูยิงจนเป็นรวงข้าว! ไส้ทะลักออกมาเต็มพื้นยังไม่ยอมปล่อยมือ!”
“ก่อนตายเขาเอามันให้ผม... นายบอกว่ามันคือของเสีย?”
เสี่ยวโต้วจึงัดปลอกกระสุนที่ติดอยู่ เล็บพลิกจนเลือดไหลซึม
“มันเอาไว้ยิงพวกศัตรู! เอาไว้ปกป้องบ้านเมือง! ไม่ใช่เอามาให้ขว้างเล่น!”
พายุหิมะโหมกระหน่ำหนักขึ้น
ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว เสียงร่ำไห้ของวัยรุ่นทั้งแผ่วเบาและกึกก้องจนหูอื้อ
นักรบคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ก็เข้ามาล้อม ไม่มีใครพูดอะไร
แต่สายตาที่พวกเขามองอีเกิ้ลอายนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธแค้น
แถมยังมีความเศร้าสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง
สหายร่วมรบของพวกเขาไม่มีทางผลาญของแบบนี้!
นวลๆ ที่อยู่ข้าง ๆ และคอยร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะหนาวตลอดเวลา ตอนนี้ก็ลืมร้องไห้ไปแล้ว
เธอมองเสี่ยวโต้วจึที่มือเต็มไปด้วยเลือดด้วยแววตาล่องลอย กำแพงความรู้สึกที่ว่าเกมคือเกมในใจ จู่ ๆ ก็แตกร้าว
อีเกิ้ลอายยืนอยู่กับที่ มือไม้อ่อนไปหมด
เขาอยากจะบอกว่านี่แค่อุปกรณ์เลเวลต่ำ ในโลกจริงใครเขาใช้ปืนพัง ๆ แบบนี้
แต่ต่อหน้าเด็กหนุ่มที่เล็บพลิกกลับ และยังคงพยายามปกป้องเศษเหล็กกระบอกนั้นอย่างสุดชีวิต เขากลับเงียบงัน
ขณะนั้น ผู้หมวดเฒ่าที่เงียบมาตลอดเดินเข้ามา
เขาล้วงผ้าขี้ริ้วแห้งผืนหนึ่งออกจากอก รับปืนจากมือเสี่ยวโต้วจึ
“กึก”
ผู้หมวดเฒ่าตบที่ตัวปืนหนึ่งที ใช้แรงพลิ้ว ๆ แล้วดีดกระสุนที่ติดค้างออกมา
เขายังล้วงน้ำมันหล่อปืนขวดเล็กที่ก้นขวดแทบแห้งออกมาจากกระเป๋า แล้วบรรจงชโลมบนลูกเลื่อนปืน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ผู้หมวดเฒ่าสะพายปืนกลับขึ้นหลังตัวเอง หันตัวกลับมา มองอีเกิ้ลอายอย่างเย็นชา
แววตาของผู้หมวดเฒ่าพลันดูล้ำลึกห่างไกล
“ไอ้หนุ่มเอ๊ย”
“นายรังเกียจมันเก่า รังเกียจมันโบราณ รังเกียจมันกระสุนติด”
“นายบอกว่ามันคือไม้เขี่ยไฟ”
ผู้หมวดเฒ่าชี้ไปยังภูเขาหิมะเวิ้งว้างไกลโพ้น แล้วชี้ไปยังสหายร่วมรบที่เสื้อผ้าปุปะขาดรุ่งริ่งพวกนั้น
“แต่ในที่เฮงซวยนี่ ในมือของพวกเรา นี่แหละคือชีวิต”
“นี่แหละคือที่พึ่งพาเดียวที่ทำให้พวกเรายืดอก ลุกขึ้นสู้ตายกับพวกศัตรูที่มีทั้งเครื่องบินปืนใหญ่”
ผู้หมวดเฒ่าเวทนาตัวเองอย่างขมขื่น
“ถ้าพวกเรามีปืนดี ๆ แบบที่นายพูด ถึงแค่สิบกระบอกก็ตาม”
“พวกเขา ก็อาจไม่ต้องเอาอกไปปิดปากรังปืนแล้วล่ะ”