หลังจากบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของเฉินเจี๋ย เซี่ยอานก็เดินออกจากคฤหาสน์
หืม?
เซี่ยอานเห็นข้อความสั้นที่ยังไม่ได้อ่านสองข้อความ
เปิดข้อความแรก เป็นข้อความจากพ่อที่ส่งมา
“ทำไมเงินเดือนเดือนนี้ยังไม่โอนกลับบ้าน? น้องสาวเธอยังรอเงินไปเรียนพิเศษอยู่เลยนะ”
เซี่ยอานเปิดข้อความดูยอดเงินในบัตรธนาคาร
3453.06 หยวน
เซี่ยอานไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อ เขาเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง
ดังนั้นตั้งแต่เด็ก พ่อแม่จึงเข้มงวดกับเซี่ยอานมากกว่า แอบเอาขนมให้น้องสาวกิน น้องสาวมีเสื้อผ้าใหม่ใส่ไม่รู้จบ แต่เซี่ยอานกลับไม่ได้แม้แต่รองเท้าผ้าใบที่เฝ้าอยากได้สักคู่
เมื่อโตขึ้นเรื่อยๆ แม้เซี่ยอานจะยอมรับทุกอย่างได้แล้ว แต่สภาพแวดล้อมครอบครัวแบบนี้ทำให้เซี่ยอานกลายเป็นคนอ่อนไหวมากตั้งแต่เด็ก ขาดความรักและความมั่นคง ทุกครั้งที่พูดต้องคอยดูสีหน้าพ่อแม่ก่อน
หลังจากเป็นผู้ใหญ่ ทางบ้านไม่อยากเสียเงินให้เซี่ยอานเรียนมหาวิทยาลัย เขาจึงต้องเลิกเรียนกลางคัน และเกิดความคิดอยากหลุดพ้นจากครอบครัวไปพึ่งพาตัวเอง ต่อมาเห็นจ้าวหู่ไปใช้ชีวิตในเมืองได้ไม่เลว จึงไปขอพ่อแม่ว่าขอไปอาศัยจ้าวหู่ทำงานในเมือง
ตอนแรกพ่อแม่ไม่ยอม กลัวเซี่ยอานลูกเลี้ยงจะเชื่องยาก เดี๋ยวหนีหายไประหว่างทาง น้องสาวเซี่ยอวี้ต้องพูดอยู่พักใหญ่ พ่อแม่ถึงยอม แต่ขอให้เซี่ยอานส่งเงินเดือนครึ่งหนึ่งกลับบ้านทุกเดือน
เซี่ยอานจึงได้หลุดพ้นจากชนบทยากจนล้าหลังมาสู่เมืองได้
เขาเรียนจบแค่มัธยมปลาย ไม่มีการศึกษา ไม่มีอะไร ทางานดีๆ ก็ไม่ได้ เลยทำได้แค่เป็น รปภ.
หลังจากเข้ามาอยู่ในเมือง เห็นโลกที่สีสันสดใส รถหรู คฤหาสน์ สาวสวย... ใจเซี่ยอานก็ค่อยๆ หวั่นไหวตาม คิดตลอดว่าสักวันหนึ่งจะต้องได้ขับรถหรู อยู่บ้านหลังใหญ่ และเดินควงสาวสวยบนถนนให้คนมองทั้งเมืองได้
แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ
พอออกสังคมถึงรู้ว่าหาเงินมันยากแค่ไหน
ไม่มีวุฒิ ไม่มีฝีมือ ไม่มีทรัพยากร ไม่มีเส้นสาย ต้องใช้แรงงานแลกเงินเหนื่อยๆ ไม่กี่ตังค์...
เซี่ยอานดึงสติกลับมา ตอบข้อความหาพ่อเลี้ยง:
“เพิ่งตื่น เมื่อคืนไม่เห็นข้อความครับ เดี๋ยวผมจะโอนให้ครับ”
ปี 2004 สมาร์ตโฟนยังไม่เป็นที่นิยม แม้จะมีธนาคารใหญ่บางแห่งเปิดบริการมือถือแบงก์กิ้ง แต่ก็ให้แค่สอบถามยอดเงินง่ายๆ และแจ้งเตือนข้อความ ยังไม่สามารถโอนเงินผ่านมือถือได้
โชคดีที่ใกล้หมู่บ้านหยุนหลานเป็นศูนย์การค้า มีตู้เอทีเอ็ม
เซี่ยอานออกจากบ้านไปที่ตู้เอทีเอ็ม โอนเงินสองพันให้ พร้อมให้กำลังใจน้องสาวให้ตั้งใจเรียน
เขาเปิดข้อความอีกอันหนึ่ง
เป็นข้อความจากแฟนสาวหลิวลี่ลี่
【ฉันต้องไปต่างจังหวัดสักสองสามวัน งานหนักและสำคัญมาก ถ้าไม่มีธุระอะไรอย่าติดต่อมา】
หลิวลี่ลี่เป็นพยาบาลที่ศูนย์อนามัยแม่และเด็กในเจียงเฉิง เป็นเด็กสาวจากชนบทเหมือนกัน ทั้งสองรู้จักกันที่ลานสเก็ต ถือว่าเป็นแฟนกัน แต่ก็มากสุดแค่จับมือ ดูหนัง กินข้าว
เซี่ยอานดูออกว่าหลิวลี่ลี่เคยเรียนวิทยาลัยพยาบาล ผ่านโลกมาเยอะ ตอนแรกก็ลังเลกับความสัมพันธ์นี้ นอกจากทุกเดือนจะคอยให้เขาซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับ ก็ไม่คืบหน้าไปไหน ดูเหมือนไม่ค่อยเห็นเขาอยู่ในสายตา
แต่สำหรับเซี่ยอานอายุเพียงสิบแปด ความรักก็เป็นเรื่องที่ชวนให้ฝันเสมอ
【งั้นคุณดูแลตัวเองดี ๆ นะ ทำงานหนักก็ต้องรักษาสุขภาพด้วย...】
เซี่ยอานพิมพ์ข้อความปลอบใจยาวเหยียดแล้วรีบไปรายงานตัวที่หน้าออฟฟิศนิติบุคคล
“แกนี่ไม่เลวนี่ ห้าทุ่มกว่าไปซ่อมท่อน้ำที่บ้านเฉินเจี๋ย ใครๆ ก็รู้ว่าเฉินเจี๋ยเป็นสาวสวยรวยทรัพย์ประจำหมู่บ้านเรา เช้าเชียวเฉินเจี๋ยโทรฯ มาชมแกให้ฟัง แกนี่วาสนาดีนะ เมื่อคืนซ่อมท่อน้ำเสร็จหรือเปล่า?” หลี่หลงใส่ชุดยามเดินยิ้มร่าเข้ามาทัก
น้ำเสียงอบอุ่นกว่าคุยโทรศัพท์มาก เหมือนคนละคนเลย
งาน รปภ. หมู่บ้านนี้ถึงจะลำบากแต่ก็มีลูกเล่น
อย่างเช่นบ้านที่มีฐานะธรรมดาๆ เวลาเรียก รปภ. ไปทำโน่นทำนี่ พวกยามก็จะบ่ายเบี่ยง แต่ถ้าบ้านเศรษฐีคนไหนต้องการ ก็จะแย่งกันไป
เซี่ยอานใจเต้นตึกตัก “ซ่อมเรียบร้อยแล้วครับ”
หลี่หลงตบไหล่เซี่ยอาน “ทำให้ดีนะ เออ ชุดยามแกนี่มันขาดได้ไง?”
เซี่ยอานสะดุ้ง “เมื่อคืนซ่อมท่อน้ำแล้วไปเกี่ยวขาดครับ ตอนเช้ารีบมาเลยไม่ทันดู...”
“แบบนี้ก็ถือว่าตั้งใจใช้ได้ ไปเอาชุดใหม่ข้างบนแล้วไปตรวจพื้นที่”
“ได้ครับอั๊วหลง”
เซี่ยอานขึ้นไปเปลี่ยนชุดยามใหม่แล้วไปเดินตรวจที่โรงจอดรถ
หมู่บ้านหยุนหลานมีพื้นที่กว้างมาก เป็นตึกสูงทั้งนั้น มีถึงเจ็ดพันยูนิต จำนวนประชากรเป็นสองสามหมื่นเลย นิติบุคคลเซฟเงิน จ้างยามไว้ไม่กี่คน ทำให้งานเซี่ยอานยุ่งมาก
ลูกบ้านมีปัญหาอะไรก็เรียกแต่ยาม บางครั้งต้องทำความสะอาด เก็บขยะ ซ่อมท่อ... ต้องทำทุกอย่าง
เดินตรวจใต้ดินไปรอบนึง เซี่ยอานเจอเพื่อนร่วมงานหวังเชากำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างช่องระบายอากาศโรงจอดรถ จึงเดินไปสมทบ “พี่หวัง วันนี้ตารางเดินตรวจอยู่นี่เอง”
หวังเชาอายุมากกว่าเซี่ยอานเจ็ดปี อัธยาศัยดี สนิทกันดี
“มามวนนึง” หวังเชาโยนบุหรี่ลี่ฉวินให้เซี่ยอาน “ได้ยินว่าเมื่อคืนไปซ่อมท่อน้ำบ้านเฉินเจี๋ย งานดีนะเนี่ย หมู่บ้านเรามีสาวสวยอยู่ไม่น้อย แต่สู้เฉินเจี๋ยได้ไม่กี่คนหรอก น้องนี่โชคดีจริงๆ”
เซี่ยอานรับบุหรี่มาอย่างขวยเขิน “ก็แค่ซ่อมท่อน้ำ จะไปมีโชคอะไรครับ ว่าแต่พี่หวังตรวจเสร็จแล้วทำไมไม่ไปครับ?”
หวังเชาทำมือให้เงียบ แล้วชี้ไปที่รถเอสยูวีคันนึงซึ่งอยู่ไม่ไกล “เห็นคันบีเอ็มวีนั่นไหม”
เซี่ยอานมองตามนิ้วหวังเชา เห็นรถเอสยูวีคันนั้นสั่นอยู่
เซี่ยอานเป็นยามมาเกือบครึ่งปีรู้ทันทีว่าในรถทำอะไรกัน
หวังเชาพูดว่า “คนขับนั่นฉันรู้จักนะ เจ้าของโครงการหมู่บ้านเราจ้าวหู่ ส่วนเมียเขาก็คือเฉินเจี๋ย”
ใจเซี่ยอานเต้นระรัว
“ผมก็มาดูด้วยคน” เซี่ยอานนั่งยอง ๆ ข้างหวังเชา ชะโงกหัวไปดู
ตอนนั้นเอง—
ฟู่!
จู่ๆ เซี่ยอานก็สูดลมหายใจแรง
เขาเผอิญเห็นกระจกหลังของรถบีเอ็มดับเบิลยูเปิดรอยแตกไว้ช่องนึง มองลอดเข้าไปเห็นผู้หญิงคนนึงที่คุ้นเคย!
คือหลิวลี่ลี่!
ไม่มีผิดแน่!
เซี่ยอานรู้สึกเหมือนหัวใจถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นบีบรัดแทบหายใจไม่ออก
ก่อนหน้านี้ตัวเองจะจับมือเธอ เธอยังปฏิเสธ แถมยังพูดว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงปล่อย ๆ แบบนั้น
คิดไม่ถึงเลยว่า...
พอแกปล่อยขึ้นมา ไม่ใช่คนแล้วนะ
ตอนนั้นเองหวังเชาก็เห็นภาพในรถ สูดลมหายใจลึกตาม “นั่นมัน... แฟนนายนิ? คราวก่อนเราสามคนยังเคยไปกินข้าวด้วยกัน...”
หวังเชารู้ตัวว่าพูดผิด รีบยิ้มแหยๆ ปลอบ “น้อง อย่าคิดมากเลยนะ เรื่องนี้... เฮ้อ ผู้หญิงสมัยนี้ส่วนมากก็เห็นแก่เงิน ไปจับให้ได้คาหนังคาเขาเลย ด่ามันให้สาแก่ใจ”
หูเซี่ยอานอื้ออึงไปหมด
เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มชนบทที่มาเมืองครั้งแรก หลิวลี่ลี่เป็นแฟนคนแรกของชีวิต
เขาใส่ใจมาก
ทุกเดือนอดออม ครึ่งนึงส่งกลับบ้าน อีกครึ่งให้หลิวลี่ลี่
ไม่เคยคิดเลยว่าหลิวลี่ลี่จะทำเรื่องแบบนี้ข้างหลังตนเพื่อเห็นแก่ความร่ำรวย...
เขารู้ว่าผู้หญิงสวยส่วนมากเห็นแก่เงิน ชอบแต่ผู้ชายมีเงินมีอำนาจ แต่ไม่เคยฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเอง
เขาอยากวิ่งไปเปิดโปงทั้งคู่ แต่คนนั้นคือจ้าวหู่ เศรษฐีพันล้านนะ... หมู่บ้านหยุนหลานก็เป็นโครงการของจ้าวหู่
ทุกครั้งที่เจอจ้าวหู่ ใจเซี่ยอานก็จะรู้สึกอับอายขายหน้าจับ
ในชั่วพริบตา สมองเซี่ยอานขาวโพลนไปหมด ไม่รู้จะเผชิญหน้าอย่างไร
ไม่นาน รถคันนั้นก็สั่นอยู่พักนึงแล้วหยุด แล้วขับออกไป
เซี่ยอานมองตามรถบีเอ็มที่ค่อยๆ ไกลออกไป เหมือนหัวใจตัวเองถูกควักออกไปด้วย...
“เฮ้ย อย่าไปทุกข์มากเลย สังคมนี้ไม่มีเงินไม่มีสถานะก็โดนแบบนี้แหละ ผู้หญิงน่ะ มีสักกี่คนที่ซื่อสัตย์ภักดี อย่าไปใส่ใจมากเลย ถึงเวลากินแล้ว พี่หวังเลี้ยงเหล้าเอง” หวังเชาปลอบเซี่ยอาน
พอมาถึงร้านอาหาร ในหัวเซี่ยอานยังมีภาพในรถเมื่อกี้วนเวียนอยู่
หลิวลี่ลี่ในนั้นยิ้มหวานสดใส มีเสน่ห์เย้ายวน แถมใส่ชุดพยาบาลสั้นมาก... ชุดนี้ รอยยิ้มนี้ ท่าทีแบบนี้ ตัวเองไม่เคยเห็นมาก่อน
หวังเชารินเบียร์ให้เซี่ยอานแก้วนึง “อย่าเอาแต่คิดเรื่องเมื่อกี้เลย ฉันผ่านมาก่อน จะบอกให้นะ ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ หลิวเหม่ยสาวหน้าเคาน์เตอร์นิติบุคคลเรานายรู้จักใช่ไหม”
เซี่ยอานดื่มเบียร์อึกใหญ่อย่างเซ็ง “รู้ สวยดีอยู่ แต่ปากจัดไปหน่อย ชอบใช้พวกเราโน่นนี่”
หวังเชาลดเสียง “อย่ามองว่าเธอเย็นชาใส่ รู้ไหมว่าตอนสัมภาษณ์งานเนี่ย ให้อั๊วหลงเรานอนด้วยไปหลายครั้ง”
เซี่ยอานตกตะลึง
หวังเชาหัวเราะเบาๆ “ผู้หญิงที่ทำเย็นชาก็แค่วางท่าให้พวกจน ๆ อย่างเราดู ที่จริงต่อหน้าผู้ชายมีเงินมีอำนาจ ยังไม่รู้ว่าจะยั่วขนาดไหน แกถ้าวันหน้ามีเงินแล้ว แค่งอนิ้วนิดเดียว อย่าว่าแต่หลิวลี่ลี่กับหลิวเหม่ยเลย ผู้หญิงคนไหนในหมู่บ้านเราเนี้ย แค่แกพูดคำเดียว ก็ต้องยอมคุกเข่าต่อหน้าแกแต่โดยดี อยากให้ทำอะไรก็ทำ แกยังหนุ่มนะ อย่าเอาแต่คิดถึงผู้หญิง หาเงินให้เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่า”
คำพูดนี้เหมือนเข็มทิ่มลึกเข้าไปในใจเซี่ยอาน ราวกับเปิดเผยความจริงอันนองเลือดบางอย่าง
เซี่ยอานคึกคักขึ้นบ้าง “แต่ผมไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ไม่มีฝีมือด้วย หาเงินไม่ง่ายเลย...”
หวังเชาชำเลืองมองเซี่ยอาน “นายยังหนุ่ม ร่างกายดีนะ มัดกล้ามเนื้อนี่ เฮ้ย แข็งแรงกว่าเทรนเนอร์พวกนั้นอีก พวกคุณนายรวย ๆ ชอบเด็กหนุมานแบบนี้นะ มีหวังสักวันต้องตาผู้หญิงรวยแน่ ดูหลิวลี่ลี่สิ ยังหาเงินได้ด้วยการขายตัวเลย แล้วทำไมแกจะหาเงินจากคุณนายรวยไม่ได้ล่ะ”
ใจเซี่ยอานกระตุกวูบ ในหัวผุดภาพเฉินเจี๋ยเมื่อคืน
หลังเลิกงาน เซี่ยอานขี่มอเตอร์ไซค์มือสองกลับมาที่ห้องเช่าหมู่บ้านฉุยหง
หมู่บ้านฉุยหงห่างจากหมู่บ้านหยุนหลานแค่สามถนน ประมาณสี่ลี้ แต่อยู่ห่างจากศูนย์การค้า แถมเป็นตึกรื้อสร้างเก่า ค่าเช่าเลยแค่หนึ่งในสามของหมู่บ้านหยุนหลาน
เซี่ยอานเช่าห้องเดี่ยวที่ยูนิต 4 404 ห้องชุดสามห้องนอนสองห้องนั่งเล่นราวร้อยกว่าตารางเมตรถูกเจ้าของกั้นเป็นสี่ห้อง ให้คนอยู่สี่ครอบครัว สภาพแย่หน่อย แต่ค่าเช่าถูก แค่เดือนละ 300
หลิวลี่ลี่ไป “ต่างจังหวัด” แล้ว ในห้องคับแคบเหลือแค่เซี่ยอานคนเดียว
เขาซบอกเตียง เอาผ้าห่มคลุมหัว
ภาพที่เห็นในโรงรถตอนกลางวันยังคงวนเวียนไม่จบในหัว คำพูดของหวังเชาก็ดังก้องอยู่ในหูตลอด
โศกเศร้า ทุกข์ใจ ไม่ยอม โกรธเคือง...
คำสั่งเสียของพ่อแม่ที่บ้านในชนบท น้องเล็กที่ต้องใช้เงินเรียน...
ชั่วขณะ ทั้งชีวิตราวกับกลายเป็นตาข่ายที่มองไม่เห็น รัดเซี่ยอานไว้แน่นจนหายใจไม่ออก แถมเขาเองก็ดิ้นไม่หลุด
เซี่ยอานเคลิ้มหลับไป
กลางดึกถูกเสียงดังแสบแก้วหูจากข้างนอกปลุก
ข้างห้องเป็นสาวสวยทำงานเป็นพริตตี้ที่คาราโอเกะ ชื่อหยางตี๋ เป็นครั้งคราวจะพาแฟนมานอนค้าง
เซี่ยอานเคยเจอหยางตี๋สองสามที อายุเพิ่งยี่สิบ หุ่นดี บุคลิกดี หว่างคิ้วแฝงเสน่ห์เย้ายวน ชนิดเจอแล้วต้องใจสั่น แฟนเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนส รูปร่างดี กล้ามใหญ่
ข้างนอกดังเสียงสะอื้นของหยางตี๋ กับเสียงด่าของแฟนหนุ่ม คำว่า “กะหรี่” “อีดอก” พ่นออกมาไม่หยุด
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เซี่ยอานหนุ่มเลือดร้อนคงออกไปห้ามปรามบ้าง แต่คืนนี้เซี่ยอานรู้สึกแค่รำคาญ เดินไปที่ระเบียง จุดบุหรี่ลี่ฉวิน สูบเข้าลึก
อาจเป็นเพราะได้นอนหลับพักนึงแล้ว ในใจเซี่ยอานไม่ทุกข์เท่าไหร่แล้ว ค่อยๆ ยอมรับทุกอย่างตรงหน้า ใจดูปลอดโปร่งขึ้นบ้าง
“หวังเชาพูดถูก สังคมนี้ ไม่มีเงิน แม้แต่หมาก็สู้ไม่ได้”
“หลิวลี่ลี่รังเกียจฉันจน จ้าวหู่นอนกับผู้หญิงของฉัน ก็เพราะมันมีเงินมีอำนาจไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีความชำนาญพิเศษ หาเงินก้อนใหญ่ไม่ได้ แต่ฉันร่างกายดี ยังหนุ่ม นี่คือทุนที่ใหญ่ที่สุดของฉัน แค่ฉันใช้คุณค่าของตัวเองให้ดี อนาคตไม่แน่ว่าจะหาเงินได้เยอะ ก้าวขึ้นมาโดดเด่น!”
ในชั่วพริบตา เหมือนเซี่ยอานจะคิดอะไรได้หลายอย่าง
ตอนนั้นเอง ประตูห้องมีเสียงเคาะถี่ๆ ดังขึ้น
กรึ๊บ!
เซี่ยอานดับก้นบุหรี่ เดินไปเปิดประตู
เห็นเพียงหน้าประตูมีหญิงสาวรูปร่างสูงระหงในชุดสูทสีดำ หน้าตางดงามเปล่งปลั่งน่ามองใต้แสงไฟ ขาเรียวงามในถุงน่องดำกับรองเท้าส้นสูงยิ่งจับตา
ไม่ว่าจะหุ่นหรือหน้าตา เหนือกว่าหลิวลี่ลี่เป็นสิบเท่า
ก็คือหยางตี๋นั่นเอง
แววตาใสของเธอมีน้ำตาคลออยู่ “ฉันเพิ่งถูกแฟนทำร้าย กุญแจก็ถูกมันแย่งไป ขอ... มาขอพักด้วยสักคืนได้ไหม?”