โจขวดเผชิญหน้ากับโจเป๋าอยู่ที่ชายแดนตะวันออกของมณฑลกุนจิ๋วนานถึงห้าวันเต็ม
ตลอดห้าวันนี้ โจขวดพาทหารม้าสามพันนายไปวิ่งวนรอบค่ายของเถาเชียนวันละสองรอบ วิ่งเสร็จก็ถอยกลับ พอถึงวันรุ่งขึ้นก็ไปอีก ไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว
ฝ่ายโจเป๋าเองก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เปิดประตูค่าย ประตูค่ายปิดสนิททุกวัน แม้แต่สายสืบก็ไม่ยอมส่งออกไป ปล่อยให้ทหารม้าของโจขวดวิ่งไปวิ่งมาอยู่ข้างนอกตามใจ
ตอนแรกโจขวดยังรู้สึกสนุกอยู่ แต่พอถึงวันที่สามก็เริ่มเบื่อ
ยามเขานั่งยอง ๆ อยู่ข้างกองไฟย่างเผือก ก็พูดบ่นกับสี่จื้อไฉเป็นระยะว่า “ท่านครู ท่านว่าโจเป๋าคนนี้ไม่ยอมออกมา ทั้งยังไม่ยอมถอย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”
สี่จื้อไฉห่มเสื้อคลุมกันหนาว พิงอยู่ข้างล่อสีเขียว ในมือถือถ้วยน้ำขิง ค่อย ๆ จิบไปคำหนึ่ง ไอสองครั้งแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า “เขากำลังรอให้เจ้าถอยก่อน”
“ถ้าข้าถอย เขาก็จะกลับไปรายงานเถาเชียนได้อย่างนั้นหรือ?”
“อืม พอกลับไปเขาก็พูดได้ว่า ‘ทัพโจแข็งแกร่ง ข้าตั้งรับมั่นอยู่ในค่าย จนบีบให้ศัตรูถอยทัพ’ อย่างน้อยก็รักษาหน้าได้”
โจขวดพลิกเผือกอีกด้าน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามต่อว่า “ถ้าไม่ถอยเล่า?”
“ถ้าไม่ถอย เขาก็ยื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ยื้อจนหิมะตกในฤดูหนาว ยื้อจนเสบียงของพวกเราหมด สุดท้ายพวกเราก็ต้องถอยไปเอง”
โจขวดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนคุ้ยเผือกออกจากกองไฟ หักเป็นสองซีก ส่งให้สี่จื้อไฉครึ่งหนึ่ง ส่วนตนเองกัดกินอีกครึ่งหนึ่ง
เขาเคี้ยวไปเคี้ยวมา จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ถ้าข้าไม่ถอย แถมยังเข้าโจมตีเขาเล่า?”
มือที่ถือเผือกของสี่จื้อไฉชะงัก เขาเงยหน้ามองโจขวด แววตาหยุดอยู่บนดวงตาคู่เป็นประกายนั้นสองลมหายใจ จากนั้นจึงยกเผือกกลับไปที่ปาก กัดหนึ่งคำแล้วเอ่ยช้า ๆ ว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดูว่าท่านบุตรสองจะโจมตีอย่างไร”
