หลังกงซุนจ้านออกจากกระโจม โจโฉก็เอ่ยกับโจอั่งเสียงเบาว่า “น้องรองของเจ้าอยู่ที่ไหน”
“ฝึกทหารอยู่ที่สนามฝึกทหาร”
“เรียกเขามาข้างหน้า อย่าให้ไปอยู่รั้งท้ายอีก”
โจอั่งมองโจโฉแวบหนึ่ง พยักหน้าแล้วเดินออกไป
คราวนี้กงซุนจ้านออกไปนานกว่าการประลองก่อนหน้าทุกครั้ง
โจโฉนั่งอยู่ในกระโจม ได้ยินเสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นมาจากด้านนอก เสียงเหล็กปะทะกันกังวานต่อเนื่องเป็นระลอก บางครั้งก็มีเสียงม้าศึกกรีดร้องกับเสียงตะโกนของเหล่าทหารปะปนมา
นิ้วของอ้วนเซาเคาะโต๊ะไม่หยุด
ผ่านไปครู่ใหญ่ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น ต่อมาม่านกระโจมก็ถูกเปิดผาง ทหารสื่อสารตะโกนจนเสียงเพี้ยนไปว่า
“แม่ทัพกงซุนประมือกับลิโป้ไปกว่ายี่สิบเพลงแล้ว ตอนนี้ถูกลิโป้กดดันจนได้แต่ตั้งรับ ไม่อาจโต้กลับ ใกล้จะต้านไม่ไหวแล้วขอรับ!”
ภายในกระโจมพลันเกิดความโกลาหล บ้างลุกขึ้นยืน บ้างอุทาน “อา” ออกมา
อ้วนเซาลุกพรวดขึ้น กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง พลันได้ยินเสียงคำรามดุจฟ้าผ่าจากนอกกระโจม “ลิโป้ อย่าคิดทำร้ายพี่กงซุนของข้า! ไพร่สามบิดา เตรียมรับความตายจากท่านปู่เสีย!”
เสียงดังสนั่นจนผ้ากระโจมสั่นสะเทือน
โจโฉได้ยินก็รู้ทันทีว่า ชายหน้าดำผู้นั้นบุกออกไปรบแล้ว
เขารีบก้าวไปยังปากกระโจมใหญ่ เปิดม่านมองออกไป เห็นฝุ่นควันตลบอยู่ทางประตูค่าย ม้าดำตัวหนึ่งพุ่งทะยานออกจากประตูค่ายดุจลูกธนูพ้นสาย บนหลังม้าคือเตียวหุยผู้กล้าหน้าดำเคราดก ทวนงูวัดแปดศอกในมือส่องประกายเย็นวาบใต้แสงตะวัน
เตียวหุยมาถึงแล้ว
ทวนงูวัดแปดศอกของเตียวหุยปะทะเข้ากับหอกจันทนาของลิโป้ เกิดเสียง “เคร้ง” ดังสนั่นจนทั้งสองเอนหงายไปด้านหลังเล็กน้อย
