ฉินหวยจิ่นเดินไปหยุดตรงหน้าเอาชี
เขายกมือขวาขึ้น คว่ำฝ่ามือลง แล้วค่อย ๆ วางลงบนกระหม่อมของเอาชี เอาชีรู้สึกถึงกระแสอุ่นสายหนึ่งไหลเข้าสู่จุดไป๋ฮุ่ย ก่อนแล่นไปตามเส้นลมปราณ มุ่งตรงสู่สมอง กระแสลมนั้นพลันเปลี่ยนสภาพเมื่อเข้าสู่ห้วงความคิด ราวกับเส้นไหมเหนียวข้นที่ค่อย ๆ พันรัดพื้นผิวจิตสำนึกทีละชุ่น รูม่านตาของเขาขยายกว้างฉับพลัน อ้าปากกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
“เจ้า... เจ้ากำลังทำอะไร!” เอาจิ่วตะโกนขึ้นข้าง ๆ “เจ้าทำอะไรกับเขากันแน่!”
ฉินหวยจิ่นกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ยอมดื่มสุราคำนับ กลับอยากดื่มสุราลงทัณฑ์ เสือไม่คำราม ยังคิดว่าข้าเป็นแมวป่วยหรือ? ปากแข็งงั้นหรือ? ข้าชอบจัดการคนปากแข็งที่สุด”
เขายังคงถ่ายเทพลังภายในเข้าสู่ห้วงความคิดของเอาชี วิชาที่เขาใช้คือเคล็ดวิชาซึ่งค้นพบในห้องลับของโลกวายุเมฆา มีนามว่า 《เคล็ดสะกดจิต》 วิชานี้ไม่ทำร้ายเส้นเอ็นหรือกระดูก แต่ส่งผลต่อจิตสำนึกของคนเท่านั้น ผู้ที่ถูกใช้วิชาจะถูกลอกสติออกไปทีละชั้น ราวกับมีคนใช้มีดคว้านความทรงจำออกจากสมองทีละชิ้น ถามสิ่งใดก็ตอบสิ่งนั้น ไม่มีช่องให้ปิดบัง ทว่าราคาที่ต้องจ่ายคือผู้ถูกใช้วิชาจะกลายเป็นคนเสียสติในท้ายที่สุด และไม่มีวันกลับคืนเป็นปกติได้อีก
เสียงกรีดร้องของเอาชีดังก้องไปทั่วลาน เอาจิ่วดิ้นรนสุดกำลังอยู่ข้าง ๆ ทว่าจุดชีพจรถูกผนึก มือเท้าจึงขยับไม่ได้ ทำได้เพียงมองดูอย่างสิ้นหวัง ฉินหวยจิ่นโคจรพลังภายในถึงขีดสุด การดิ้นรนของเอาชีค่อย ๆ อ่อนแรงลง เสียงกรีดร้องแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางอู้อี้ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวค่อย ๆ ว่างเปล่า ราวกับตะเกียงที่ถูกลมพัดดับ
“สาขาฉางอันอยู่ที่ใด?” ฉินหวยจิ่นถาม
เอาชีตอบโดยไม่ลังเล “ทางตะวันออกของเมืองฉางอัน ตรอกเหรินเหอ ด้านหลังร้านผ้าไหม เรือนหลังที่สาม”
“สาขามีคนเท่าไร?”
“มีคนประจำมากกว่า 150 คน มือสังหารป้ายทอง 3 คน มือสังหารป้ายเงิน 30 คน ที่เหลือเป็นมือสังหารระดับล่าง”
“สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ใด?”
“ไม่ทราบ พวกเราติดต่อกับสาขาเท่านั้น ที่ตั้งสำนักงานใหญ่มีเพียงผู้ดูแลสาขาที่รู้”
“ผู้ดูแลชื่ออะไร? ปกติติดต่อกันอย่างไร?”