ฉินหวยจิ่นไม่คิดว่าพ่อบ้านเกาจะลงมือได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
บ่ายวันเดียวกัน พ่อบ้านชราก็นำบ่าวชายสองคนเข็นรถเข็นเข้ามายังเรือนชั้นใน บนรถบรรทุกกองแร่สีเทาขาวไว้จนเต็ม ก้อนใหญ่มีขนาดเท่ากำปั้น ส่วนก้อนเล็กแตกเป็นผงละเอียด ผิวแร่มีประกายหม่นคล้ำ เมื่อเข้าไปใกล้จะได้กลิ่นขมจาง ๆ
“คุณชายรอง แร่เกลือพิษที่ท่านต้องการ บ่าวนำมาให้แล้วขอรับ” พ่อบ้านเกาปาดเหงื่อ “บนสันเขาเกลือพิษทางใต้เมืองมีของพวกนี้อยู่เต็มไปหมด ชาวบ้านเห็นว่ามันทั้งขมทั้งฝาด ปลูกพืชก็ไม่ได้ ไม่มีใครต้องการ บ่าวให้คนขุดกลับมาได้ครึ่งรถ ท่านเห็นว่าพอหรือไม่ขอรับ”
ฉินหวยจิ่นย่อตัวลงหยิบแร่ก้อนหนึ่งขึ้นมาพินิจ ผิวหินสีเทาขาวเปล่งประกายระยิบระยับ ดวงตาของเขาพลันสว่างขึ้น “พอแล้ว พอแล้ว” เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นบนมือ “พ่อบ้านเกา หากจะทำสิ่งนี้ให้กลายเป็นเกลือ จำต้องมีคนลงแรง ท่านมีคนที่ไว้ใจได้อย่างแท้จริงหรือไม่? ต้องเป็นคนที่ปากหนัก ไม่แพร่งพรายเรื่องออกไป”
พ่อบ้านเกามองเขาแวบหนึ่ง มิได้ซักถามสิ่งใด เพียงพยักหน้า “มีขอรับ บ่าวมีบ่าวในเรือนอยู่มาก ล้วนเป็นคนเก่าแก่ของตระกูลฉิน ติดตามท่านกั๋วกงมานานกว่าสิบปี เชื่อถือได้อย่างแน่นอน” เขาหันหลังเดินออกไป ผ่านไปชั่วเวลาชงชาหนึ่งถ้วยก็พาชายฉกรรจ์สี่คนกลับมา
ทั้งสี่ยืนเรียงแถว ประสานมือค้อมกายคำนับฉินหวยจิ่นอย่างเงียบงัน ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา
ฉินหวยจิ่นกวาดตามองพวกเขาอย่างละเอียด จึงค่อยรู้สึกวางใจขึ้นหลายส่วน เขาชี้ไปยังแร่บนรถเข็น “ทุบหินให้แตก ยิ่งละเอียดก็ยิ่งดี จากนั้นแช่น้ำแล้วคนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ครึ่งชั่วยาม พ่อบ้านเกา ท่านไปเตรียมหม้อใบใหญ่สักสองสามใบ ผ้าป่านเนื้อละเอียดสักหลายผืน และตะแกรงถี่ ๆ สำหรับกรอง ยิ่งถี่ก็ยิ่งดี อีกอย่าง...” เขาครุ่นคิด “ไปเอาปูนขาวจากห้องครัวมา หากไม่มี ก็หาหินปูนมาเผา”
พ่อบ้านเกาชะงัก “ปูนขาวหรือขอรับ? คุณชายรอง ของสิ่งนั้นกัดมือ...”
“มีประโยชน์ ไปเถิด”
แม้พ่อบ้านเกาจะเต็มไปด้วยความฉงน แต่ก็ยังพาคนไปจัดการตามที่สั่ง
