ตลอดครึ่งเดือนถัดมา หลี่ลี่จื้อแวะไปสวนเร้นกายถี่ขึ้นทุกวัน
โรงงานเลือกสถานที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ห่างจากตลาดตะวันออกไปทางนอกเมือง 3 ลี้ มีเรือนสองชั้นหน้าหลัง จ้างช่างฝีมือกว่าร้อยคน แบ่งเป็นหลายผลัดหมุนเวียนกันทำงาน
โม่เฉิงโจวดูแลฝ่ายตัวพิมพ์เรียงอักษร ทุกวันเขาหลอมแม่พิมพ์เรียงอักษร จัดเรียงตัวพิมพ์และพิมพ์หนังสือ กระดาษเป็นตั้ง ๆ ถูกขนออกจากโรงงาน ตัดแต่ง เข้าเล่ม แล้วเรียงเป็นระเบียบ ชั้นวางของร้านหนังสือประกอบเสร็จแล้ว รอเพียงหนังสือชุดแรกออกมาวางขาย
ฉินหวยจิ่นแวะไปดูโรงงานทุกสามวันห้าวัน หลี่ลี่จื้อติดตามไปด้วยทุกครั้ง ทั้งสองยืนดูช่างเรียงตัวพิมพ์อยู่ในโรงงาน บางคราวยืนกันนานเกือบครึ่งชั่วยาม ฉินหวยจิ่นสอนนางดูตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา ว่าสีหมึกตรงไหนไม่ถูกต้องต้องปรับใหม่ และแม่พิมพ์ตัวใดสึกหรอควรเปลี่ยน หลี่ลี่จื้อจดลงในสมุดเล่มเล็ก ถามบ้างเป็นบางครั้ง ฉินหวยจิ่นก็ตอบไปตามเรื่องตามราว คุยกันไปคุยกันมาก็วกไปเรื่องอื่น
“เจ้าตัวนั้นตกลงเป็นสุนัขหรือไม่?” หลี่ลี่จื้อถาม ขณะนั่งยอง ๆ อาบแดดอยู่ตรงประตูโรงงาน
ฉินหวยจิ่นเหลือบมองนาง “เจ้าคิดว่าใช่ก็ใช่ คิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่”
“ข้าคิดว่าไม่ใช่” หลี่ลี่จื้อกล่าว “หางสุนัขไม่แดงเช่นนั้น ดวงตาก็ไม่เป็นแบบนั้นด้วย”
ฉินหวยจิ่นหัวเราะเบา ๆ “เช่นนั้นเจ้ายังลูบมันทุกวันอีกหรือ”
“มันยอมให้ข้าลูบเองนี่” หลี่ลี่จื้อกล่าวอย่างมีเหตุผล “อีกอย่าง มันน่าสนใจกว่าแมวในวังตั้งมาก ครั้งก่อนตอนข้าจะกลับ มันคาบสายรัดกระโปรงข้าไม่ยอมปล่อย สุดท้ายต้าซานต้องอุ้มมันออกไป”
ฉินหวยจิ่นก้มมองกิเลนเพลิงที่หมอบอยู่ข้างเท้า มันหรี่ตาอาบแดด หางพาดอยู่บนรองเท้าของเขา เขายื่นมือดีดหูมันเบา ๆ กิเลนเพลิงสะบัดหัว มองเขาแวบหนึ่งแล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง
“เจ้าตามใจมันเช่นนี้ ต่อไปมันสนิทกับเจ้าแล้วไม่ยอมรับข้าขึ้นมาจะทำอย่างไร”
หลี่ลี่จื้อกล่าวว่า “มันจะยอมรับเจ้าหรือไม่ก็ช่าง ขอเพียงยอมรับข้าก็พอ”
ฉินหวยจิ่นมองท่าทางนางนั่งยอง ๆ หยอกล้อกิเลนเพลิง มุมปากขยับเล็กน้อย “เจ้าแวะมาหาข้าทุกวัน ในวังไม่มีใครว่าอะไรหรือ”
“ว่าข้าเรื่องใด?”
