“เจ้าว่านี่คือสมุนไพรหรือ? แลกเงินได้ด้วยหรือ?” ตาเฒ่ากู้ชี้ไปยังหญ้ารกในตะกร้าสะพาย สีหน้าไม่เชื่อถือ
ยามเกิดภัยพิบัติ เขาเคยกินของสิ่งนี้มาก่อน กลิ่นเหม็นฉุนเหมือนปัสสาวะสัตว์เลี้ยง รสชาติแย่ยิ่งนัก
“ซั่วจื่อบอกว่าเป็นสมุนไพร ก็ย่อมเป็นสมุนไพร พรุ่งนี้เจ้าก็นำไปถามที่ร้านขายยาดูก็สิ้นเรื่อง” นางเฒ่าหวังใช้ไม้เท้ากระทุ้งตาเฒ่ากู้
ตาเฒ่ากู้เห็นดังนั้นก็รีบรับคำ “ได้ พรุ่งนี้ข้าจะนำไปขายที่ร้านขายยาในเมือง”
“ท่านพ่อ เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าไปเมืองชิงซานกับท่านด้วย”
ตาเฒ่ากู้ไม่เห็นด้วย ครั้งก่อนบุตรชายหายตัวไป เขาเกือบตกใจตาย เพื่อหลีกเลี่ยงการคุกเข่าบนกระดานซักผ้า ตาเฒ่ากู้จึงวิงวอนบุตรชายคนเล็กให้ปิดเรื่องนี้ไว้
นางเฒ่าหวังไม่เข้าใจความกังวลของตาเฒ่ากู้ “ครั้งก่อนก็ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรไม่ใช่หรือ? ซั่วจื่อเพียงอยากเข้าเมือง เจ้าก็คอยจับตาดูให้ดีก็พอ”
ตาเฒ่ากู้มีความทุกข์แต่พูดไม่ออก สุดท้ายก็ฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าเห็นด้วย
พอบุตรชายจากไป นางเฒ่าหวังก็เริ่มสงสารขึ้นมาอีก “ซั่วจื่ออยากไปเล่าเรียน ก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ”
กลัวว่าฮูหยินพูดไปพูดมาจะร้องไห้ขึ้นมา ตาเฒ่ากู้จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “แม่เฒ่า เจ้าคิดว่าของสิ่งนี้ขายได้เงินจริงหรือ?”
นางเฒ่าหวังหยิบเทียนหมาขึ้นมาพินิจ ภายใต้สายตาคาดหวังของตาเฒ่ากู้ นางกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร นี่ก็แค่หญ้ารกบนภูเขา”
ของสิ่งนี้สามีภรรยาชราต่างเคยเห็นทั้งยังกินมาแล้ว ปกติพบเห็นบนภูเขาก็คร้านจะเก็บด้วยซ้ำ
รุ่งเช้าวันถัดมา ตาเฒ่ากู้แบกตะกร้าและกระบุงไว้เต็มหลัง ส่วนกู้หรูหลี่แบกสมุนไพรที่เก็บมา ทั้งสองออกเดินทางไปเมืองชิงซาน
“รอก่อน ข้าไปด้วย” นางเฒ่าหวังถือกระบุงใบหนึ่งเดินเข้ามา
เพิ่งถึงเมืองชิงซาน ยังไม่ทันได้วางกระบุง ก็มีคนเข้ามาซื้อตะกร้า
