“ไม่มีโสม แต่เทียนหมาก็ไม่เลว” กู้หรูหลี่นั่งยอง ๆ ขุดด้วยความยินดี
“ท่านอาเล็ก ท่านอาเล็ก”
เสียงเรียกของเฉาเอ๋อร์กับสือโถวทำให้กู้หรูหลี่ที่กำลังเพลิดเพลินกับการขุดสมุนไพรได้สติ เมื่อเห็นว่าเสียงของพี่น้องทั้งสองฟังดูร้อนใจ เขาก็ขานตอบทันที
“ข้าอยู่นี่”
ไม่นานนัก กู้เฉาเอ๋อร์กับน้องชายก็เดินมาถึง ครั้นเห็นเขากำลังขุดต้นหญ้าป่าอยู่
“ท่านอาเล็กมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ทำพวกเราหาตั้งนาน” สือโถวมองเขาด้วยใบหน้าซีดเผือด
เห็นทั้งสองมีสีหน้าหวาดกลัว กู้หรูหลี่จึงกวาดตามองรอบด้าน ถึงเพิ่งตระหนักว่าตนเดินห่างจากบริเวณที่ทั้งคู่เก็บผักป่าไปไกลโดยไม่รู้ตัว
“ข้าเห็นว่าแถวนี้ไม่มีผักป่า จึงไม่ทันสังเกตว่าตัวเองเดินมาไกล”
“ผักป่าตรงตีนเขาถูกคนในหมู่บ้านเก็บไปเกือบหมดแล้ว ต้องเดินเข้าไปด้านในถึงจะมี ท่านอาเล็กควรบอกพวกเราสักคำ ไม่เช่นนั้นหากหลงทาง พวกเราคงแย่แน่” เฉาเอ๋อร์เอ่ยด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
พี่น้องทั้งสองเข้าป่าเก็บผักป่ากับผลไม้ป่าอยู่เป็นประจำ แม้จะยังไม่ถึงกับหลับตาเดินได้เหมือนอยู่บ้าน แต่ก็ไม่เคยหลงทาง
ทว่าท่านอาเล็กไม่เหมือนกัน ปกติเขาเพียงมาหาไข่นกแถวตีนเขา วันนี้นับเป็นครั้งแรกที่เข้าป่า
ท่านอาเล็กเป็นดวงใจของท่านปู่ท่านย่า หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น พวกเขาคงอธิบายอะไรไม่ได้
เห็นพี่น้องทั้งสองยังมีสีหน้าหวาดกลัว กู้หรูหลี่ก็รู้สึกกระดากใจ จึงรีบเอ่ยขอโทษอย่างอ่อนโยน
เด็กในหมู่บ้านคนไหนจะขอโทษอย่างจริงจังเช่นกู้หรูหลี่ ยิ่งไปกว่านั้น แม้กู้หรูหลี่จะอายุน้อยกว่าพวกเขา แต่ก็มีศักดิ์สูงกว่า
พอกู้หรูหลี่เอ่ยขอโทษ ทั้งสองก็รีบโบกมือปฏิเสธ
“ท่านอาเล็กขุดต้นเทียนหมาป่าผีไปทำอะไร ของสิ่งนี้กินไม่ได้ มีกลิ่นเหม็นฉุนเหมือนฉี่” สือโถวมองเทียนหม่าบนพื้นด้วยสีหน้ารังเกียจ
