“ท่านพ่อ ท่านแม่ กินข้าวได้แล้ว”
เสียงบุตรชายคนเล็กดังมาจากนอกห้อง ผู้เฒ่าทั้งสองพลันเงียบลง
“เรื่องนี้พักไว้ก่อน กินข้าวกันเถิด”
นางเฒ่าหวังเดินออกจากห้อง พอเห็นบุตรชาย สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม
ตาเฒ่ากู้เห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าเบา ๆ ภรรยาชราตามใจซั่วจื่อเกินไปหน่อย หากเด็กคนนี้ไม่รู้ความ ป่านนี้คงถูกนางตามใจจนเสียคนแล้ว
ห้องโถงกลาง
“ท่านแม่ ข้าก็ทำงานมาหลายวันแล้ว วันนี้มีเนื้อตั้งมาก เหตุใดถึงแบ่งให้ข้าเพียงชิ้นบาง ๆ เท่านี้” หยางซื่อมองเนื้อบางเฉียบในชาม แล้วบ่นอย่างไม่พอใจ
นางเฒ่าหวังไม่กลัวหยางซื่อ ยิ่งไปกว่านั้น นางจงใจเล่นงานหยางซื่ออยู่แล้ว จึงกลอกตาใส่ “มีกินก็ดีถมไปแล้ว เจ้าและน้องสามเอาแต่เกียจคร้านทุกวัน งานที่ทำยังไม่มากเท่าเฉาเอ๋อร์ด้วยซ้ำ”
นางหวังซื่อไม่กล้ากล่าวว่าตนเป็นแม่สามีที่ดีที่สุดใต้หล้า ทว่าก็ไม่ใช่คนที่คอยข่มเหงลูกสะใภ้ บัดนี้กลับกลายเป็นว่าลูกสะใภ้ขึ้นมาขี่คอนางเสียแล้ว
ในสายตานางเฒ่าหวัง วันนี้ที่หยางซื่อกล้าทำเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะหลายปีมานี้นางใจดีเกินไป
หากวันนี้ไม่จัดการหยางซื่อให้ดี ต่อไปเมื่อนางแก่เฒ่า เกรงว่าคงถูกลูกสะใภ้คนนี้ข่มเหงจนตาย
“ท่านแม่...” กู้ซานหลางกำลังจะช่วยพูดให้ภรรยา ทว่านางเฒ่าหวังถลึงตาใส่เสียก่อน
กู้ซานหลางก้มหน้าลงอย่างหดหู่ ไม่กล้าสบตาขอความช่วยเหลือจากหยางซื่อ แต่ก็ยังพอมีน้ำใจอยู่บ้าง จึงคีบเนื้อสองชิ้นจากชามตนให้ภรรยาอย่างอาลัยอาวรณ์
เห็นหยางซื่อเงียบเสียงลงในที่สุด นางเฒ่าหวังก็ยกมุมปากอย่างพึงพอใจ อำนาจของแม่สามีอย่างนางยังคงอยู่
บนโต๊ะนี้ คนที่ได้เนื้อน้อยที่สุดก็คือหยางซื่อ แม้แต่ซื่อยา ลูกสาวคนเล็กที่สุด ในชามยังมีเนื้อมากกว่ามารดาของนางเสียอีก
หยางซื่อเพิ่งนึกได้ว่าจะคีบเนื้อจากชามลูกสาว ทว่าซื่อยาแม้อายุยังน้อยก็ฉลาดเฉลียว ตอนนางเฒ่าหวังอบรมหยางซื่อ เด็กน้อยก็ก้มหน้ากินเนื้อในชามจนหมดไปแล้ว
