บุรุษในตระกูลเฉินมีน้อย อีกทั้งมิใช่ผู้ขยันขันแข็ง ยามเกิดภัยแล้งที่ยังรอดชีวิตกันมาได้ครบถ้วน ย่อมมิใช่เพราะนางเฒ่าหลิวเพียงผู้เดียว
สตรีสามคนจากตระกูลกู้กดนางเฒ่าหลิวไว้แล้วรุมตี หยางซื่อฉวยโอกาสล้วงค้นร่างนางเฒ่าหลิว
ถุงผ้าแนบกายที่ใช้ใส่เงินถูกล้วงไป นางเฒ่าหลิวจึงดิ้นรนขึ้นมา
“พวกเจ้า... พวกเจ้ากำลังปล้นเงินกันอยู่!”
“ปล้นเงินหรือ? เจ้าก็รู้ด้วยหรือว่านี่เรียกว่าปล้นเงิน” นางเฒ่าหวังหัวเราะด้วยความขุ่นเคือง คนผู้นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง
“ข้าขอบอกไว้ก่อน วันนี้หากไม่คืนเงินที่ชิงไปจากตระกูลกู้ ข้าตระกูลกู้จะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปง่าย ๆ เป็นแน่”
นางเฒ่าหวังก้มมองเหรียญทองแดงในถุงผ้า สีหน้าพลันเคร่งขรึม
ในนี้มีเพียงเหรียญทองแดงยิบย่อยสิบกว่าเหรียญ ยังไม่มากเท่าที่ลูกชายคนรองถูกชิงไปเสียด้วยซ้ำ
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน? มาหาเรื่องในหมู่บ้านตระกูลเฉินหรือ?” เสียงเย็นเยียบดังมาจากทางหนึ่ง
คนจากตระกูลกู้หันไปมองปากประตู เห็นชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านตระกูลเฉินจำนวนไม่น้อยถืออาวุธ ยืนขวางอยู่ด้วยท่าทีข่มขวัญ
ผู้นำเป็นชายชราผมขาวโพลน ผู้ที่เพิ่งเอ่ยปากก็คือเขา
คนจากตระกูลกู้หาได้หวาดหวั่นไม่ ทั้งสองฝ่ายต่างประจันหน้ากัน
ท่านอาห้าชูมือ คนจากตระกูลกู้จึงเปิดทาง แต่ทุกคนยังถืออาวุธจ้องอีกฝ่ายเขม็ง
“หัวหน้าตระกูลเฉิน วันนี้คนตระกูลกู้มาที่นี่เพราะไม่มีทางเลือก”
หัวหน้าตระกูลเฉินมองบ้านตระกูลเฉินที่ถูกทุบทำลายไปแล้ว พลางหัวเราะเย็นชา “ไม่มีทางเลือกหรือ? พวกเจ้าตระกูลกู้มาทุบทำลายข้าวของในหมู่บ้านตระกูลเฉินตามอำเภอใจ คิดว่าหมู่บ้านตระกูลเฉินไม่มีคนอยู่หรือไร?”
