“ท่านแม่ ข้าซื้อยาให้พี่สะใภ้รองมาหลายเทียบ ซื้อเนื้อกับขนมไปนิดหน่อย ทั้งยังซื้อกระดาษกับพู่กันมาด้วย ข้าเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือท่านเก็บไว้เถิด”
กู้หรูหลี่หยิบเงินสามตำลึงออกมา เหลือเพียงเหรียญทองแดงที่เหลือติดตัวไว้
เงินนี่ช่างใช้ไม่ทนเสียจริง กู้หรูหลี่มองเงินสามตำลึงบนโต๊ะพลางบ่นในใจ
“หรูหลี่ ช่วงนี้ที่บ้านลำบาก แม่คงต้องหน้าด้านรับเงินจากเจ้าแล้ว”
นางเฒ่าหวังแม้ไม่อยากรับเงินของลูกชาย แต่ช่วงนี้ในบ้านไม่มีแม้แต่ของกินของใช้ ระหว่างรับเงินลูกชายกับให้ลูกสะใภ้กลับบ้านเดิมไปหยิบยืม นางเฒ่าหวังยังเห็นว่ารับเงินลูกชายดีกว่า
“นี่เป็นความกตัญญูที่ลูกมีต่อท่านแม่”
แววละอายพาดผ่านดวงตาของนางเฒ่าหวัง คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันแก่จนทำงานไม่ไหว ก็ต้องยื่นมือขอเงินจากลูกชายที่ยังไม่เติบโตเต็มวัยเสียแล้ว
“สะใภ้ใหญ่ เงินนี่เจ้าเอากลับบ้านไปก่อน ช่วงนี้ต้องขอบใจเจ้ามาก”
อู๋ซื่อเห็นทุกคนมองนางพร้อมรอยยิ้ม จึงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนรับเงินมา “เจ้าค่ะ กินข้าวเสร็จแล้วข้าจะกลับไป”
“เอ้อร์หลาง น้องชายเจ้าเป็นคนซื่อตรง ได้เงินมาก็ยังนึกถึงคนในบ้าน วันหน้าอย่าลืมบุญคุณของน้องชายเจ้าเล่า”
ซื้อยาแล้ว นางเฒ่าหวังก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงกำชับให้สามีภรรยาคู่รองจดจำความดีที่ซั่วจื่อมีต่อพวกเขาไว้
“ท่านแม่ พี่รองกับพี่สะใภ้รองดีกับข้า ข้าก็ดีกับพวกเขา ท่านแม่มิได้พูดอยู่บ่อยหรือว่าชีวิตของลูกในปีนั้น พี่รองกับพี่สะใภ้รองเป็นผู้ช่วยไว้?” กู้หรูหลี่กล่าวพลางชี้ไปยังแกะชราที่กำลังก้มหน้ากินหญ้า
นางเฒ่าหวังหันไปมอง ก่อนก้มลงจิ้มหน้าผากลูกชาย “เจ้านี่นะ”
“ท่านแม่ วางใจเถิด ลูกจะจดจำความดีของหรูหลี่กับทุกคนไว้” กู้เอ้อร์หลางกล่าวอย่างหนักแน่น
