วันนี้ซื้อเนื้อมาไม่น้อย นับเป็นครั้งแรกที่ตระกูลกู้กินเนื้อกันโดยที่นางเฒ่าหวังไม่แบ่งให้ทีละคน
กู้ต้าหลางนั่งเหม่อบนม้านั่งยาว “ท่านพ่อ ท่านหมายความว่า น้องเล็กหาเงินได้เดือนละห้าตำลึงเงิน แล้วยังจะได้ส่วนแบ่งกำไรอีกสามส่วนหรือ?”
“อืม นี่คือสัญญา”
ตาเฒ่ากู้หยิบสัญญาออกมาจากอก คนอื่น ๆ ก็เพิ่งเคยเห็นสัญญาฉบับนี้เป็นครั้งแรก ทุกคนจึงจ้องมองมันไม่วางตา
ท้ายที่สุด สัญญาก็ตกอยู่ในมือกู้หรูหลี่
“ข้าว่าไม่ใช่แค่พวกอวี้สวินที่ควรเรียนหนังสือกับข้า พี่ชายพี่สะใภ้ทั้งหลายก็ควรหัดอ่านเขียนด้วย”
สิ้นคำ ผู้คนรอบโต๊ะอาหารต่างก็เริ่มขะมักเขม้นขึ้นมา
“ฮ่า ๆ ๆ ท่านแม่ เนื้อที่ทำวันนี้อร่อยจริง ๆ”
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่เป็นเนื้อ จะไม่อร่อยได้อย่างไร”
“จริงสิ พี่รอง ท่านยกอาหารของเฉินซื่อเข้าไปหรือยัง?”
“อ้อ ใช่ ๆ ภรรยาข้าต้องกินเนื้อบำรุงเสียหน่อย” กู้เอ้อร์หลางคีบกับข้าวจากชามใบใหญ่ แล้วรีบกลับเข้าไปในห้องด้านใน
กู้หรูหลี่ส่ายหน้าอย่างขบขัน
ก็แค่อ่านหนังสือหัดเขียนหนังสือเท่านั้น คนที่เมื่อครู่ยังพูดคุยเรื่องสัญญากันอย่างออกรส บัดนี้กลับไม่สนใจเรื่องสัญญาเสียแล้ว
ตระกูลกู้สงบสุขกันถ้วนหน้า ครึ่งเดือนต่อมา
“อากาศเริ่มเย็นแล้ว ในป่าก็ไม่มีสมุนไพรอะไรนัก แต่หมาป่ากินคนกลับมีมากขึ้น พวกเจ้าทุกคนอย่าเข้าไปในป่าลึก”
ตาเฒ่ากู้กำชับบุตรชาย โดยเฉพาะกู้ต้าหลาง เจ้าคนซื่อบื้อผู้นี้หัวแข็งยิ่งนัก
กู้ต้าหลางเห็นบิดามองมา ก็เอ่ยอย่างจนใจ “ท่านพ่อ ลูกทราบแล้ว”
ประสบการณ์หลายสิบปีของเขาไม่ได้สูญเปล่า เพียงแต่ช่วงก่อนหน้านี้ครอบครัวใช้จ่ายไปมาก เขาจึงอยู่ในป่านานขึ้นอีกหน่อย
บัดนี้สุขภาพของน้องชายและน้องสะใภ้ดีขึ้น ครอบครัวก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวแล้ว เขาจะเสี่ยงอันตรายไปเพื่ออะไรอีก
